ReadyPlanet.com
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
สมาชิกใหม่ขณะนี้ คน
dot
dot
dot
dot
dot

dot
dot
dot
dot
dot
PLCนวัตกรรม
bulletระบบประกันคุณภาพออนไลน์
bulletfacebook.com - kruthai40
dot
dot


สื่อการเขียน แบบฝึก
กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้ ที่น่าสนใจ
มรดกไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
สื่อหลักการใช้ภาษาไทย
ห้องเรียนดิจิตอล
เครือข่ายกาญจนาภิเษก
เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
ห้องเรียน DLIT
สื่อการอ่าน
gotoknow:kruthai40
blog : ครูไทย  ในครูบ้านนอกดอทคอม


เครือข่ายเยาวชนสร้างเสริมคุณธรรมนำปัญญาจากการอ่าน article

 
 

 
 
 

อ่านหนังสือดีร่วมแสดงพลัง
สร้างเครือข่ายเยาวชนปลูกสร้างความคิด จิตใจ ความดี การกระทำ และเผยแพร่สู่สาธารณชน
ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการอ่าน

 

ครูรักการอ่านยอดเยี่ยม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 จะแนวแน่แก้ไขในสิ่งผิด
ทศพิธราชธรรมนำวิถี
จะน้อมนำธรรมชาติในชีวี
พัฒนาเทคโนโลยี-ภาษาไทยสู่เยาวชน
ครูภาษาไทยดีเด่น ๒๕๔๐ ครูภาษาไทยประกายเพชร 
                                      มูลนิธิเพชรภาษา  ๒๕๔๘

 
“ไทม์” ระบุในหลวงทรงพระปรีชา
นอกจากนี้ นิตยสารไทม์ฉบับวันที่ 19 มิ.ย.49 ลงบทความเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ชื่อเรื่อง “The Mystique of Monarchy” ซึ่งหมายถึง “อำนาจอันเร้นลับแห่งราชาธิปไตย” โดยระบุว่า พระมหากษัตริย์ของไทย ทรงพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของราชวงศ์ ยังมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประชาชน พร้อมกันนี้ ไทม์ ยังได้รายงานถึงพระราชพิธีเฉลิมฉลองการครองราชย์ 60 ปีของพระองค์ ซึ่งมีราชวงศ์จากทั่วโลกมาร่วมถวายพระพรชัยมงคล 25 ชาติ รวมทั้งไทม์ได้ระบุถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลายด้าน ทรงเป็นนักดนตรี ศิลปิน นักประดิษฐ์ ทรงตรากตรำทำงานหนัก เสด็จฯไปทั่วราชอาณาจักร และจัดทำโครงการพระ ราชดำริมากมาย เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ ซึ่งแตกต่างไปจากตะวันตก สมาชิกราชวงศ์ปฏิบัติพระองค์เฉกเช่นสามัญชน เพื่อให้เป็นที่รักของประชาชน
             Image นิตยสารไทม์ สดุดีพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นหนึ่งในวีรบุรุษของเอเชีย ที่ทรงใช้ทศพิธราชธรรมเพื่อยุติความขัดแย้งและทรงนำประเทศผ่านวิกฤตการณ์ต่างๆ ในวาระฉลองครบรอบ 60 ปีของไทม์ เอเชีย   ในวาระที่นิตยสารไทม์ เอเชีย ก่อตั้งมาครบ 60 ปี ทางฝ่ายบรรณาธิการได้จัดทำฉบับพิเศษเพื่อฉลองครบรอบ 6 ทศวรรษในฉบับวันที่ 13 พฤศจิกายน โดยได้รวบรวมวีรบุรุษของเอเชีย ในหัวข้อ “60 Years of Asian Heroes”       
           "ไทม์ สดุดีพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในบทบาทของผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจ ทรงเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก โดยทรงพิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์จากโครงการพระราชดำริกว่า 3 พันโครงการที่ได้ช่วยเหลือประชาชนที่ยากจนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  นิตยสารชื่อดังระบุอีกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง อาทิ เหตุการณ์ตุลาคม ปี ค.ศ.1973 และพฤษภาทมิฬ ค.ศ.1992 จนถึงการรัฐประหารล่าสุดชาวไทยยังเชื่อมั่นในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าคณะปฏิรูปจะคืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชนตามที่ได้ให้สัตย์ปฏิญาณไว้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

 


เฉลิมพระเกียรติ - รางวัล "เหรียญบอร์ล็อก" ซึ่งมูลนิธิเวิร์ลด์ฟู้ดไพรซ์จัดทำขึ้นเป็นกรณีพิเศษ และนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติในฐานะที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย

มูลนิธิ"เวิร์ดฟู้ดไพรซ์"สหรัฐถวายรางวัลพิเศษ"เหรียญบอร์ล็อก"ครั้งแรก แด่"ในหลวง"ท่ามกลางตัวแทน 65 ประเทศ ในฐานะทรงตรากตรำทำงานหนักอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งด้านการเกษตร สาธารณสุข และการศึกษา สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ว่า มูลนิธิเวิร์ลด์ฟู้ดไพรซ์ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในรัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯถวายรางวัลพิเศษ "เหรียญบอร์ล็อก" แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทรงตรากตรำทำงานหนักอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในด้านการเกษตร สาธารณสุข และการศึกษา นับเป็นครั้งแรกที่มูลนิธิเวิร์ลด์ฟู้ดไพรซ์มอบรางวัลเกียรติยศดังกล่าวให้แก่บุคคลที่เห็นว่ามีบทบาทในการส่งเสริมมนุษยธรรม เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษครบรอบ 20 ปี ของการก่อตั้งมูลนิธิ นายเคนเน็ธ ควินน์ ประธานมูลนิธิเวิร์ลด์ฟู้ดไพรซ์ ประกาศทูลเกล้าฯถวายรางวัล "เหรียญบอร์ล็อก" ในระหว่างพิธีเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติแก่ผู้ที่ได้รับรางวัลเวิร์ลด์ฟู้ดไพรซ์ประจำปี 2549 ท่ามกลางตัวแทนกว่า 65 ประเทศที่เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวว่า เหรียญบอร์ล็อกนี้จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเชิดชูเกียรติแด่บุคคลที่อยู่ในระดับสูงสุดซึ่งมูลนิธิไม่อาจนำมาพิจารณาเพื่อมอบรางวัลเวิร์ลด์ฟู้ดไพรซ์ให้ได้ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นบุคคลที่อุทิศตนเพื่อการทำงานด้านมนุษยธรรมเพื่อลดความหิวโหยและความยากจนโดยไม่ทรงย่อท้อ นับจากพระองค์ทรงขึ้นครองสิริราชสมบัติในปี พ.ศ.2489 ทรงแสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพระองค์ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะอุทิศพระวรกายเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนในประเทศตลอดมา" นายควินน์กล่าว  ประธานมูลนิธิเวิร์ลด์ฟู้ดไพรซ์กล่าวว่า โครงการตามแนวพระราชดำริของพระองค์ซึ่งมีอยู่มากมายกว่า 2,000 โครงการทั่วประเทศ ครอบคลุมการพัฒนาหลากหลายตั้งแต่การเกษตรทฤษฎีใหม่ การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน การส่งเสริมสุขภาพเด็ก การต่อสู้กับการขาดไอโอดีน และการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ทำให้พระองค์ได้รับการยกย่องจากสหประชาชาติในปีนี้ว่าทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา เนื่องด้วยโครงการตามแนวพระราชดำริได้เอื้อประโยชน์ให้แก่ชาวไทยหลายล้านคนทั่วประเทศ   รางวัล "เหรียญบอร์ล็อก" ถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.นอร์แมน อี. บอร์ล็อก เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2503 ในฐานะที่เข้าไปมีส่วนช่วยต่อสู้กับปัญหาความอดอยากและหิวโหยในอินเดียและปากีสถานในช่วงทศวรรษที่ 60 ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิเวิร์ลด์ฟู้ดไพรซ์ขึ้นในปี 2529 นายควินน์กล่าวด้วยว่า เรื่องเล่าของ ดร.บอร์ล็อกเมื่อครั้งที่เดินทางมายังประเทศไทยและได้เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามเสด็จฯไปยังพื้นที่ในชนบทของประเทศเพื่อถกเถียงถึงแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลทั้งสองซึ่งต่างอุทิศตนเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนและหิวโหย

 

 

"พ่อสอนอ่าน" แสงแห่งประทีปการอ่าน
การอ่าน ถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคนให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพและความรู้ เพราะการอ่านเปรียบเสมือนประตูที่จะเปิดไปสู่โลกแห่งความรู้ที่กว้างไกลไม่สิ้นสุด ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านและการศึกษาอย่างยิ่ง จึงมีพระราชดำริส่งเสริมการศึกษาของราษฎรมาตลอด

ในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (ส.พ.จ.ท.) ได้จัดทำหนังสือ "พ่อสอนอ่าน" เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ ซึ่งจะรวบรวมพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท ตั้งแต่ พ.ศ.2511-2541 ซึ่งจัดตีพิมพ์ขึ้นโดยสำนักราชเลขาธิการ ที่เกี่ยวข้องกับการอ่าน การเขียน และการศึกษา เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ ในฐานะที่ทรงเป็นแบบอย่างของนักอ่านและนักศึกษาค้นคว้าที่ดีมาโดยตลอด



นายธนะชัย สันติชัยกูล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย บอกว่า หนังสือเล่มนี้จะเปรียบเสมือนประทีบส่องสว่างให้ประชาชนเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอ่านและการศึกษา ดังเช่นที่องค์พ่อหลวงทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างและทรงพร่ำสอนมากกว่าหกทศวรรษ และเป็นหนทางนำไปสู่แสงสว่างทางปัญญา เพื่อพัฒนาตนเองและประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง

ร่วมสัมผัสหนังสืออันทรงคุณค่า "พ่อสอนอ่าน" ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 18-29 ตุลาคม เวลา 10.00-21.00 น.


 

ชื่อหนังสือ : เที่ยวทุ่งเมื่อหน้าน้ำ
ผู้เขียน : เอนก นาวิกมูล
ISBN : 9748903109
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์สารคดี
: non fiction   หนังสือประเภท สารคดี
 

หมวด :
  • ศิลปะ/วัฒนธรรม--> หวนคืนสู่บรรยากาศในอดีตของการ "เที่ยวทุ่ง"
    ในท้องทุ่งภาคกลาง  เมื่อถึงเดือนสิบเอ็ดสิบสอง หลังฝน ออกพรรษา
    น้ำเจิ่งนอง มองไปทางไหนก็ชอุ่มชุ่มชื้นยามนี้เองที่ผู้คนในอดีตจะชักชวน
    กันไป 'เที่ยวทุ่ง' พายเรือเล่น เก็บดอกบัวกระจับ สันตะวา ชมนกชมไม้
    เป็นที่เบิกบานใจ
    บรรยากาศเหล่านี้เคยปรากฏอยู่ในท้องทุ่งภาคกลาง
    ที่มีอยู่ดาษดื่น ไม่ว่าจะเป็นทุ่งบางปะอิน ทุ่งภูเขาทองทุ่งบ้านกรด
    ทุ่งบางปะหัน ทุ่งอุทัย  ทุ่งเจ้าเจ็ด   ทุ่งเขางู หรือแม้แต่ทุ่งสระปทุม
    ลางกรุงเทพฯนี้เอง
  • 'เที่ยวทุ่งเมื่อหน้าน้ำ' เล่มนี้นำท่านหวนคืนสู่บรรยากาศความงามของ
    ท้องทุ่งครั้งเก่าก่อนได้อย่างครบบริบูรณ์ และยังพาท่านไปสำรวจทุ่งที่
    หลงเหลือและน่าเที่ยวอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย

         ภาพประกอบสีและขาวดำตลอดเล่ม
     
อ่านเพื่อเรียนรู้ หนังสือสารคดีแห่งท้องทุ่งหน้าน้ำ  เหมาะสมกับบรรยากาศหน้าน้ำ(มาก ๆๆๆ) ปี๒๕๔๙
อ่านแล้วเขียนไว้ในคอลัมน์ แนวคิด "ศิลปวัฒนธรรมแห่งท้องทุ่ง"... อย่าลืม คลิกอ่านนะครับ
  

แนะนำหนังสือ   "มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 11" ระหว่างวันที่ 18-29 ต.ค.49 นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สำนักพิมพ์มติชน มีหนังสือออกใหม่เป็นเล่มเกวียน น่าอ่านที่สุด เล่มแรกที่พลาดไม่ได้ "นางแก้วคู่พระบารมี" รวมพระจริยวัตร พระราชกรณียกิจอันนำความปลาบปลื้มมาสู่ปวงประชาราษฎร์ พร้อมพระฉายาลักษณ์งดงามของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และหนังสือ 4 เล่ม ที่ย่อยเกร็ดความรู้เกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้แก่ "รอยพระยุคลบาท" บันทึกความทรงจำของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เล่มใหม่ของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล "ข้าแผ่นดินสอนลูก" ที่เคยสร้างความประทับใจมาแล้วกับเล่ม "ใต้เบื้องพระยุคลบาท"

    ขณะที่ "การเรียนรู้ที่แท้และพอเพียง" รวมปาฐกถาและการเสวนาของ ศ.น.พ.เกษม วัฒนชัย ก็น่าสนใจ คนไทยหลายๆ คนควรจะได้อ่าน
     โดยเฉพาะเรื่อง "พอเพียง" ที่อัญเชิญหลักคิดและปรัชญาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาวิเคราะห์ให้เห็นภาพรวมทั้ง "ตามหาคนในรูป ภาพมงคล ในหลวงกับประชาชน" ทั้ง 2 เล่มของข่าวสด
ที่ร้อนแรงคือชุดการเมือง นำขบวนโดย "จากหมอประเวศถึงทักษิณ 2544-2549" รวมบทความ ศ.น.พ.ประเวศ วะสี เขียนถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากปี 2544-2549 ที่ทิ้งบรรทัดสุดท้ายว่า "ประเทศชาติจะพ้นการนองเลือดจากวิกฤตการณ์การเมือง อยู่ที่ทักษิณเสียสละ หรือเสียสละทักษิณ" อ่านแล้วจะเห็นว่า ทำไมทหารต้องปฏิวัติ และทำไมต้องเสียสละทักษิณ!ถ้าจะให้ลึกซึ้งกว่านั้นก็ต้องเล่มนี้ "ทักษิณอัศวินผู้ฆ่าตัวเอง" ตามด้วย "ผมรวยแล้ว ผมพอแล้ว" ของ วันชัย ตัน และ 3 เล่มที่พลาดไม่ได้ "รัฐบุรุษชื่อเปรม" ชีวิตประวัติ ประสบการณ์ทางการทหาร การเมือง และบารมีสร้างศรัทธา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
            และ "เส้นทางเหล็ก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 24" เรื่องราวชีวิตของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทย

             เว็ปไซด์นี้มีวัตถุประสงค์สำคัญในการนำเสนอ ปัญหาการใช้ภาษาไทยที่ผิดพลาดในสังคม
การแก้ไขปัญหาการเรียนการสอนภาษาไทยในชั้นเรียน และในสังคมไทย
 

            
   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ โรงเรียนบางซ้ายวิทยาได้พิจารณาคัดเลือก ครูสุรินทร์ ยิ่งนึก เป็นครูรักการอ่าน ระดับยอดเยี่ยม
       
......“ ครูที่มีนิสัยรักการอ่าน จะต้องเป็นผู้แสวงหาความรู้ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยอ่านทุกที่ ทุกเวลา ทุกเรื่อง พัฒนาความรู้ด้วยการอ่านอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และสามารถบูรณาการการอ่านในกระบวนการเรียนการสอน จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการอ่านที่หลากหลาย สม่ำเสมอและน่าสนใจ สนองความต้องการอ่านของนักเรียน ตลอดจนกระตุ้นส่งเสริมและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการอ่านของนักเรียน”
                อ่านประวัติ ผลงาน คลิก...

แนะนำหนังสือ  ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง    องค์กรจะประสบความสำเร็จได้หรือไม่ ความสำคัญอันดับต้นๆ อยู่ที่ "ผู้นำ" เพราะ "ผู้นำ" เป็นหัวจักรสำคัญที่จะนำพนักงานในองค์กรให้เดินตามไปโดยมีเป้าหมายยิ่งยุคที่มีการแข่งขันอย่างเข้มข้นของโลกธุรกิจในยุคโลกาภิวัตน์ผู้นำต้องเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ เพิ่มมากขึ้นอีกคณานับ ทั้งเรื่องเทคโนโลยี ความเปลี่ยนแปลงของบริษัทที่รวมตัวกันอย่างง่ายดายและเป็นว่าเล่น จนกลายเป็นคู่แข่งที่มีพลานุภาพ ความเปลี่ยนแปลงของลูกค้า รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของพนักงานในองค์กร
        เมื่อได้พลิกหนังสือ "ภาวะผู้นำขององค์กรยุคใหม่" หรือ Organizational Leadership ของ "ดร.ชัยเสฏฐ์ พรหมศรี" นั้นพบว่ามีหลายข้อมูลหลายมุมมองที่น่าสนใจ เขาบอกว่า "หน้าที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของผู้นำ คือ การสร้างแรงจูงใจต่อการทำงานอย่างเต็มกำลังและความสามารถ"แต่มันไม่ใช่ของง่ายนัก เพราะต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการเป็นผู้นำอย่างมาก
ต้องรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องเป็น (must be) ต้องทราบ (must know) และต้องทำ (must do)และสิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติแต่มันมาจากการทำงานและการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นถ้าต้องการเป็นผู้นำที่ดีจึงจำเป็นต้องทำงานและศึกษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำให้ดียิ่งขึ้นและผู้นำที่สำคัญมากในยุคนี้ คือ "ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง" (Transformational Leadership)

ผู้นำแบบนี้คือต้องมีความสามารถนำนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงมาสู่องค์กร โดยจะต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่
ซึ่งจะต้องมีวิสัยทัศน์ เข้าใจเรื่องคุณค่าร่วม มีความคิดในการสร้างสัมพันธ์ ให้ความสำคัญกับกิจกรรมอันหลากหลาย และหาแนวทางร่วมที่ขอความร่วมมือจากพนักงานเพื่อให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลง

จากงานวิจัยของ Tichy และ Devanna (Lussier, 1996) ชี้ว่า ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงจะนำองค์กรผ่านการกระทำสำคัญ 3 ประการ
      1.ระลึกได้ถึงความต้องการในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและความมีชีวิตชีวา recognizing the need for revitalization) เพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
และรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขัน  2.สร้างวิสัยทัศน์ใหม่ (creating a new vision) ผู้นำต้องเห็นภาพของการเปลี่ยนแปลงในองค์กร และกระตุ้นหรือสร้างแรงจูงใจให้ คนในองค์กร ทำให้กลายเป็นจริงได้   3.ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น (institutionalizing change) ต้องให้คำแนะนำคนในองค์กรเพื่อที่เขาจะทำให้วิสัยทัศน์ของผู้นำกลายเป็นจริง หนังสือเล่มนี้ยังพูดถึงผู้นำแบบโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงองค์กรด้วยเหมาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการเปลี่ยนแปลงให้เป็นองค์กรยุคใหม่และยืนยงอยู่บนโลกธุรกิจได้อย่างยั่งยืน 

 




ชวนศิษย์เรียนรู้จากการอ่าน

หนังสือบันเทิงคดี ที่น่าอ่าน article
นิยาย ที่น่าอ่าน article
เรื่องสั้น ที่น่าอ่าน article
สารคดี บทความ ที่น่าอ่าน article
การเมือง ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เศรษฐศาสตร์ article
ศิลปะ ภาษาและวรรณกรรม วรรณกรรมวิจารณ์
สังคมวิทยา มานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์สังคม article
ศาสนา ปรัชญา article
ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์
ไตรภูมิกถา ไตรภูมิพระร่วง เป็นยอดวรรณคดีสมัยสุโขทัย
หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน
รายชื่อหนังสือหนังสือดี100เล่มที่คนไทยควรอ่าน article
อิศรญาณภาษิต article
101 เล่มในดวงใจนักเขียนและนักอ่าน



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2007)
avatar
ครูไทย

เชิญทุกท่าน ร่วมแสดงความคิดเห็น หนังสือในดวงใจ ของคุณครูและเยาวชนไทย

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูไทย (suriny_thai-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-03-03 06:03:28


ความคิดเห็นที่ 2 (36724)
avatar
อั้ม พัชรภา

ดีมากนะน้อง

ผู้แสดงความคิดเห็น อั้ม พัชรภา (pop_s_k_n-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-08-14 20:23:13


ความคิดเห็นที่ 3 (36825)
avatar
นักเรียน

ดีมากคะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นักเรียน (ji_kajung-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-09-08 17:06:45


ความคิดเห็นที่ 4 (150141)
avatar
ศศิธร

 ดีมากที่สุดเลยค้า

ผู้แสดงความคิดเห็น ศศิธร วันที่ตอบ 2011-09-24 13:55:00



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2005 All Rights Reserved.
www.kruthai40.com จัดทำโดย นายสุรินทร์ ยิ่งนึก กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบางซ้ายวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๓ ตำบลแก้วฟ้า อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๒๗๐ โทรศัพท์ ๐๓๕ ๙๕๙๗๑๙ surinkruthai@gmail.com