ReadyPlanet.com
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
สมาชิกใหม่ขณะนี้ คน
dot
dot
dot
dot
dot

dot
dot
dot
dot
dot
PLCนวัตกรรม
bulletระบบประกันคุณภาพออนไลน์
bulletfacebook.com - kruthai40
dot
dot


กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้ ที่น่าสนใจ
มรดกไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เครือข่ายกาญจนาภิเษก
เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
ห้องเรียน DLIT
gotoknow:kruthai40


ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์

ฉ. ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์

97. หนังสือแสดงกิจจานุกิจ - เจ้าพระยาทิพากรวงษ์ 




หนังสือแสดงกิจจานุกิจ
พิมพ์ครั้งแรกฉบับพิมพ์หิน พ.ศ. 2408
เจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค)

หนังสือเล่มที่เป็นองค์ความรู้ หรือองค์ความคิดแบบไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นวิธีคิด และโลกทัศน์ในพุทธปรัชญา
ที่เป็นเหตุผลนิยมอย่างเด่นชัด ได้แก่ หนังสือแสดงกิจจานุกิจ ของเจ้าพระยาทิพากรวงษ์โกษาธิบดี (ขำ บุนนาค)
ตำแหน่งเจ้าพระยาพระคลัง สมัยรัชกาลที่ 4
หนังสือแสดงกิจจานุกิจนี้ นักวิชาการบางคนยกย่องว่า เป็นหนังสือเล่มแรกของไทย
ที่อธิบายเรื่องราวต่างๆ ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ โดยได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมตะวันตก
ผสมผสานอิทธิพลของพุทธศาสนาหรืออ้างว่า เป็นตำราวิทยาศาสตร์เล่มแรกของไทย*1
หนังสือแสดงกิจจานุกิจ มิใช่เป็นตำราวิทยาศาสตร์ล้วนๆ ด้านใดด้านหนึ่ง
หากเป็นหนังสือที่แสดงทัศนะหลากหลาย อีกทั้งการนำเสนอหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
ก็ไม่ใช่เป็นกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ ของตะวันตกล้วนๆ
หากมีทั้งส่วนของภูมิปัญญาเดิมที่คนไทย และชาวตะวันออกเชื่อถือสืบต่อกันมา
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเส้นพรมแดนแห่งความรู้ดั้งเดิม (ศาสนาความเชื่อและประสบการณ์) ของคนไทย
และชาวตะวันออก เช่น อินเดีย และจีน เป็นต้น โดยผู้เขียนนำเสนอความรู้ ในหลายๆ มุมมอง
เชิงเปรียบเทียบเรื่องสัณฐานของโลก ระบบสุริยะ และปรากฏการณ์ธรรมชาติอื่นๆ
เพื่อเติมแต่งปัญญาให้ผู้อ่านคิด และเชื่อเอาเอง อันเป็นการนำเสนอเชิงเหตุผลนิยม
ในด้านประวัติศาสตร์การศึกษาของสยามประเทศ
การเขียนหนังสือแสดงกิจจานุกิจขึ้นมา มีความสำคัญยิ่งใหญ่
นับเป็นครั้งที่สอง ที่ปัญญาชนไทยลุกขึ้นมาต่อต้าน การครอบงำทางปัญญาของต่างชาติ
ด้วยการเสนอวิธีคิดเหตุผลนิยม ในหลักธรรมพุทธศาสนา
และกล้าเสนอเส้นพรมแดนแห่งความรู้ของสยามหรือตะวันออก เพื่อโต้กับหลักศาสนาความเชื่อของตะวันตก
และหวังเป็นตำราเรียนแก่กุลบุตรจะได้ประเทืองปัญญาต่อไป
นี่คือฐานะ และบทบาทสำคัญของหนังสือแสดงกิจจานุกิจ ของเจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบดี
ในด้านประวัติการศึกษาของไทย เป็นพรมแดนแห่งความรู้ของสยาม และตะวันออกเปรียบเทียบกับตะวันตก
เป็นหลักฐานช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ก่อนที่ไทยจะเปลี่ยนไปรับเอารูปแบบเนื้อหาการศึกษา
และอารยธรรมตะวันตกเข้ามาในภายหลัง
ทั้งยังมีฐานะเป็นจุดต่อสู้ทางความคิดต่อต้านการครอบงำ ด้านลัทธิความเชื่อของตะวันตก
โดยแยกแยะเหตุผล และวางใจเป็นกลาง ในการยอมรับความรู้ทางวิทยาศาตร์
ซึ่งการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในยุคนั้น ยังไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นจริงอย่างแพร่หลายเช่นปัจจุบัน



98. แพทยศาสตร์สงเคราะห์ - คณะกรรมการแพทย์หลวงในรัชกาลที่ 5 




แพทยศาสตร์สงเคราะห์
ฉบับสมบูรณ์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2450
คณะกรรมการแพทย์หลวง ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เป็นตำราแพทย์แผนโบราณ ฉบับหลวง
มีที่มาจาก พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเห็นว่า
บรรดาคัมภีร์แพทย์แผนโบราณ และตำรายาพื้นบ้านของไทย มีคุณประโยชน์ยวดยิ่ง
และได้มีการศึกษา เล่าเรียน คัดลอกต่อกันมา ด้วยความเพียรพยายามในหมู่แพทย์
และผู้ที่นิยมสนใจ แต่ต้นฉบับพระตำราหลวงที่ได้สร้างขึ้น และได้ใช้สืบสายกันมายาวนาน
ก็สูญหายไปบ้าง ทรงเห็นความจำเป็นที่จะต้องทำนุบำรุง ให้พระคัมภีร์แพทย์ปรากฏไว้
เป็นหลักฐานเผยแพร่ต่อไปในกาลภายหน้า จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประชุมแพทย์หลวง
เริ่มแต่ปี พ.ศ. 2413 นำคัมภีร์แพทย์ในที่ต่างๆ มาตรวจสอบชำระ ให้ตรงกันกับฉบับดั้งเดิม
จะได้เห็นว่า จุดมุ่งหมายของตำรา แพทยศาสตร์สงเคราะห์
เมื่อพิจารณาจากพระราชปรารภนั้น มิได้มีบทบาทเป็นตำราแพทย์ เฉพาะให้แพทย์ใช้
และก็มิได้เป็นเพียงตำราแพทย์ ที่ใช้เรียนในราชแพทยาลัยเท่านั้น
หากยังเป็นตำราแพทย์ประจำบ้าน สำหรับสามัญชนทั่วไป ไว้ใช้ช่วยตนเอง และครอบครัวด้วย
แพทยศาสตร์สงเคราะห์ นอกจากจะอุดมสมบูรณ์ด้วยองค์ความรู้ อันเป็นภูมิปัญญาตะวันออก และภูมิปัญญาไทย
ด้านเวชศาสตร์ และสมุนไพรไทยแล้ว ยังเป็นหนังสือที่แฝงฝังไว้ด้วยปรัชญาที่มีคุณค่า
โดยเฉพาะภาคนำว่าด้วย ฉันทศาสตร์ ซึ่งเรียบเรียงขึ้นจาก คัมภีร์ฉันทศาสตร์โบราณ
โดยพระยาวิชยาธิบดี (กล่อม) ผู้ว่าราชการเมืองจันทบุรีนั้น
ได้สะท้อนให้เห็นโลกทัศน์ วิถีชีวิตคนไทย และมรรคปฏิบัติอันควรของผู้ได้ชื่อว่าแพทย์ อย่างน่าสนใจยิ่ง
ในฉันทศาสตร์นี้ มีเนื้อหาข้อมูลที่น่าสนใจหลายอย่างหลายประการ
ที่สำคัญที่สุดซึ่งเราไม่อาจปฏิเสธได้ คือ คุณค่าทางด้านการแพทย์ แผนโบราณโดยตรง
เพราะเป็นแหล่งที่แพทย์ จะสามารถนำไปวิเคราะห์ศึกษาว่า อาการเจ็บป่วยต่างๆ นั้น
คนโบราณเห็นว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และควรจะมีวิธีการรักษาอย่างไร ใช้สมุนไพรชนิดใดบ้าง
สำหรับคนรุ่นใหม่ ยังคงมีข้อมูลแปลกที่น่าสนใจไม่น้อย
เช่น ได้รู้ว่าคนโบราณวินิจฉัยลักษณะน้ำนม คุณค่าของน้ำนม โดยดูจากรูปลักษณ์
ของเจ้าของน้ำนมนั้น ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ในโลกทัศน์วิธีคิดของแพทย์แผนโบราณ ผู้หญิงจะมีความเท่าเทียมกันหมด
คุณค่าของหญิงในเชิงชีววิทยา มีลักษณะเป็นวิทยาศาสตร์ คือ ขึ้นอยู่กับรูปลักษณ์ มิใช่เผ่าพันธุ์หรือชั้นวรรณะ
แพทยศาสตร์สงเคราะห์โดยองค์รวม จึงเป็นทั้งหนังสือแสดงองค์ความรู้แห่งภูมิปัญญาไทย อันมีค่าอเนกอนันต์
และเป็นทั้งหลักปักเขตประกาศภูมิปัญญาไทย และภูมิปัญญาตะวันออก ด้านการแพทย์แผนไทย และสมุนไพรไทย



99. ธรรมชาตินานาสัตว์ - บุญส่ง เลขะกุล 




ธรรมชาตินานาสัตว์ เล่ม 1-3
พิมพ์รวมเล่มครั้งแรก โดยสำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์ พ.ศ. 2504
พิมพ์ครั้งที่สอง โดยสำนักพิมพ์สารคดี เมษายน พ.ศ. 2538
นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล
(พ.ศ. 2450-2535)

งานชิ้นหนึ่งในบรรดางานทั้งปวงของนายแพทย์บุญส่ง ที่ได้รับเลือกเป็นหนังสือชั้นดี
คือ เรื่องธรรมชาตินานาสัตว์ ชุดละ 3 เล่ม อันเป็นเรื่องราวเชิงสาระ ว่าด้วยชีวิตของสัตว์
ตีพิมพ์ครั้งแรกในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ต่อมานำมารวมเล่มใหม่
แม้ไม่มีผู้เป็นบรรณาธิการปรุงแต่งส่วนที่บกพร่องหรือเกิดจากความเข้าใจผิดบางประการ
ต้องถือว่างานชิ้นนี้ เป็นแม่บทของงานเขียนว่าด้วยการอนุรักษ์
นายแพทย์ผู้นี้ อยู่ที่สงขลาในวัยเด็ก ที่นั่นเต็มไปด้วยป่า และสัตว์ป่า แม้เดินทางทางแม่น้ำก็ได้พบช้างป่า
คราวที่นายแพทย์บุญส่งเรียนแพทย์วิทยา จบจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เขายังเป็นนักล่าสัตว์ป่าอยู่
แต่แล้วคราวสงครามโลกครั้งที่สอง สิ้นสุดได้ไม่นาน เป็นยุคที่พรานใช้ปืนกลมือ อีกทั้งหลายคนก็ล่าสัตว์
เพื่อเอากำไร เสือ และช้างจึงลดจำนวนอย่างรวดเร็ว ป่าเริ่มหายไป พ่อค้าตัดไม้สัก
และไม่ปลูกซ้ำที่ตัดออกไป แรดหายไปหมดจากประเทศไทย
แม้แต่เป็ดป่าที่ฝรั่งเรียกว่า White wing เหลือไม่ถึงร้อยตัว เพราะตกเป็นเหยื่อของนักล่าหมด
ความตระหนักในเรื่องเหล่านี้ ตลอดจนความรู้ ที่นายแพทย์บุญส่งมีอยู่ จึงได้ชักพาให้เขียนบทความมากมาย
หากพลิกดูหนังสือธรรมชาตินานาสัตว์จะเห็นว่า เป็นเรื่องนกเสียราวสองในสาม
นายแพทย์บุญส่ง เขียนถึงนกต่างๆ นานาชนิด โดยเฉพาะนกตะกุมและนกกระสา
จนเปิดแหล่งนิคมนกในจังหวัดอยุธยาที่วัดไผ่ล้อม
ต่อมาได้จัดทำภาพยนตร์สารคดี ว่าด้วยสัตว์ป่าอีกสองเรื่อง
ครั้งหนึ่ง จอย อดัมสัน ผู้แต่งเรื่อง Born Free หรือเกิดมาเสรี
ได้แวะมาหานายแพทย์บุญส่ง แล้วเขาก็บ่นกับเธอว่า
คนหลายคนกล่าวหาว่า เขาเคยเป็นนักล่าที่ยิ่งใหญ่มาก่อน
เขาพูดไปก็ส่ายศีรษะท่าทางเสียใจ แต่จอย อดัมก็บอกแก่นายแพทย์บุญส่งว่า
พวกเราทุกคนเคยล่าสัตว์มาก่อน จึงไม่ควรที่จะเสียใจ และสิ่งนี้ก็ได้สอนให้เรารู้จักสัตว์ป่า และเลิกทำลายมันต่อไป
นายแพทย์บุญส่งตระหนักดีว่า เคยทำร้ายแรงกับสัตว์ป่ามาก่อน แต่สิ่งเช่นนี้กลับยั่วยุให้เขาพิทักษ์ป่ามากยิ่งขึ้น
ข้อสำคัญก็คือ งานเขียนของเขาราว 30 เล่ม ได้ช่วยให้ข้อมูลมากมาย โดยเฉพาะชุดธรรมชาตินานาสัตว์
การทำงานกว่า 40 ปี พร้อมกับการเขียนหนังสือเรื่องสัตว์ตลอดเวลา ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญ
เป็นจิตวิญญาณที่ทรงพลัง และเป็นแรงขับเคลื่อนที่ไม่มีสิ่งใดถอดถอนได้
ใครก็ตามที่นึกถึงสภาพนกที่ถูกฆ่า ถูกรังแก ถูกดักด้วยแร้ว ถูกส่งออกเพื่อนำไปขายต่อ
ถูกยิงทิ้ง ถูกแปรไปเป็นอาหารหรูๆ นายแพทย์บุญส่งเป็นบุคคลสำคัญยิ่ง ที่ได้ต่อสู้ให้นกเหล่านี้มีเสรี



1. 100. ขบวนการแก้จน - ประยูร จรรยาวงษ์ 





ขบวนการแก้จน
พิมพ์ทยอยลงในหนังสือพิมพ์ ช่วงปี พ.ศ. 2515-2521
ประยูร จรรยาวงษ์
(พ.ศ. 2458 - 2535)

ประยูร จรรยาวงษ์ เป็นนักหนังสือพิมพ์ ผู้ใช้การ์ตูนสะท้อนปัญหาการเมือง สังคม
เรียกร้องการอยู่อย่างสันติของมนุษย์ สิทธิประชาธิปไตย สะท้อนชีวิตคนจนที่ขมขื่นปวดร้าว
กล้าเขียนภาพล้อเลียนผู้มีอำนาจ นักการเมืองคอรัปชั่น บุคคลที่ก่อความเลวทราม
เสื่อมโทรมแก่บ้านเมือง
ลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของประยูร จรรยาวงษ์ ที่นักเขียนการ์ตูนอื่นไม่มี นั่นคือ
การสะสมภูมิปัญญาด้านอาหารการกิน การผลิตแบบพึ่งตนเอง วิถีชีวิตแบบไทย
ประเพณีวัฒนธรรมไทย และประสบการณ์ที่ผ่านความยากจนมามากมาย
แลัวหลอมรวมออกมาเป็นภาพการ์ตูน มีคำบรรยาย หรือความรู้ในการทำมาหากินประกอบ
เพื่อเสนอทางออกให้แก่เกษตรกร และคนยากจน ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อเรื่องขบวนการแก้จน
คณะยอดชายนายศุขเล็กเสนอ
ประยูร จรรยาวงษ์ เริ่มเขียนคอลัมน์การ์ตูน ขบวนการแก้จน ตั้งแต่ต้นปี 2515 สืบต่อมาอีกหลายปี
ภายหลังจึงได้รวบรวมพิมพ์เป็นพ็อกเก็ตบุต
หนังสือ ขบวนการแก้จน ฉบับพิมพ์ครั้งแรกออกจำหน่ายในปี 2519 ทยอยออกมาเรื่อยๆ จนถึงเล่มที่ 8 ในปี 2521
นับเป็นหนังสือชุดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยความรู้ด้านการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์
การประกอบอาชีพสารพันเรื่อง การแก้ไขปัญหาปากท้องนานาชนิด การรู้จักพึ่งตนเอง ลดรายจ่าย ประหยัดมัธยัสถ์
รวมตลอดไปจนการทำอาหาร และขนมให้อร่อย ฯลฯ
ซึ่งเป็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์ต่อผู้อ่าน และเป็นแนวทางสู้ชีวิตของคนยากจน




ชวนศิษย์เรียนรู้จากการอ่าน

เครือข่ายเยาวชนสร้างเสริมคุณธรรมนำปัญญาจากการอ่าน article
หนังสือบันเทิงคดี ที่น่าอ่าน article
นิยาย ที่น่าอ่าน article
เรื่องสั้น ที่น่าอ่าน article
สารคดี บทความ ที่น่าอ่าน article
การเมือง ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เศรษฐศาสตร์ article
ศิลปะ ภาษาและวรรณกรรม วรรณกรรมวิจารณ์
สังคมวิทยา มานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์สังคม article
ศาสนา ปรัชญา article
ไตรภูมิกถา ไตรภูมิพระร่วง เป็นยอดวรรณคดีสมัยสุโขทัย
หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน
รายชื่อหนังสือหนังสือดี100เล่มที่คนไทยควรอ่าน article
อิศรญาณภาษิต article
101 เล่มในดวงใจนักเขียนและนักอ่าน



Copyright © 2005 All Rights Reserved.
www.kruthai40.com จัดทำโดย นายสุรินทร์ ยิ่งนึก กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบางซ้ายวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๓ ตำบลแก้วฟ้า อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๒๗๐ โทรศัพท์ ๐๓๕ ๙๕๙๗๑๙ surinkruthai@gmail.com