ReadyPlanet.com
dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
สมาชิกใหม่ขณะนี้ คน
dot
dot
dot
dot
dot

dot
dot
dot
dot
dot
PLCนวัตกรรม
bulletระบบประกันคุณภาพออนไลน์
bulletfacebook.com - kruthai40
dot
dot


กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้ ที่น่าสนใจ
มรดกไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เครือข่ายกาญจนาภิเษก
เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
ห้องเรียน DLIT
ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
gotoknow:kruthai40


การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี เก่ง มีความสุขโดยใช้หลักไตรสิกขา

การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี เก่ง มีความสุขโดยใช้หลักไตรสิกขา

สุรินทร์  ยิ่งนึก ค.บ ค.ม ( จุฬา )

 

 

 

 

                     กรมการศาสนาในฐานะหน่วยปฏิบัติที่ดูแลการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาได้กำหนดแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้ที่จัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนสำคัญที่สุดเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีคนเก่ง มีความสุข โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตาม  นัยแห่งพุทธธรรมคือการฝึกฝนตนเองเรื่องศีล การฝึกฝนตนเองเรื่องสมาธิ     การฝึกฝนตนเองเรื่องปัญญา  หลักการเรียนรู้ข้างต้นเป็นหลักและแนวปฏิบัติที่บูรณาการของการพัฒนามนุษย์ซึ่งในพระไตรปิฎก เรียกว่า ไตรสิกขา  (ศีลสมาธิ ปัญญา)ซึ่งเป็นการฝึกหัดอบรมกายวาจาและจิตของมนุษย์ให้สามารถค้นพบและควบคุมตนเองเรียนรู้และพัฒนาตนเองโดยใช้ปัญญาเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง และเกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นหลักการเรียนรู้ตามแนวไตรสิกขาจึงมีความสมบูรณ์ที่ผู้สอนต้องรู้จักผู้เรียนแต่ละคนและถือว่าผู้เรียนเป็นมนุษย์ที่ต้องได้รับการพัฒนาทั้งทางกาย วาจา จิต (ใจ) และปัญญาการเรียนการสอนตามนัยแห่งพระพุทธศาสนา จึงมิใช่การถ่ายทอดความรู้ด้านความรู้ (ปริยัติ) เท่านั้นหากแต่เน้นการฝึกหัดอบรม (ปฏิบัติ)และการวิเคราะห์ประเมินผลของ การปฏิบัตินั้นด้วย (ปฏิเวธ) นอกจากนี้การฝึกหัดอบรมตามแนวไตรสิกขายังเน้นความสำคัญของการเป็นกัลยาณมิตรและความสำคัญของสังคมสิ่งแวดล้อมที่ช่วยเกื้อหนุนให้เกิดการเรียนรู้อีกด้วย

ความหมายของ ไตรสิกขา

                คำว่า ไตรสิกขา แปลว่า "ข้อที่พึงศึกษาอย่างยิ่ง ๓ ประการ" ได้แก่
.  อธิสีลสิกขา          ข้อปฏิบัติสำหรับฝึกอบรมในทางประพฤติ (ทางกาย วาจา) อย่างสูง
. อธิจิตตสิกขา        ข้อปฏิบัติสำหรับฝึกหัดอบรมจิตเพื่อให้เกิดสมาธิอย่างสูง
. อธิปัญญาสิกขา     ข้อปฏิบัติสำหรับฝึกหัดอบรมปัญญา เพื่อให้เกิดความรู้แจ้งอย่างสูง
                                (รู้แจ้งไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)

                   เรียกง่าย ว่า สีล (morality)  สมาธิ (concentration) และปัญญา (wisdom)

                   คำว่า ไตรสิกขา แยกออกเป็น ไตร + สิกขา = ไตรสิกขา

                   คำว่า ไตร หรือ ตรี (ภาษาอังกฤษ = Three) เป็นภาษาสันสกฤตแปลว่า ตรงกับภาษากรีก

ว่า Tri ตรงกับภาษาลาตินว่า Tres ตรงกับภาษามคธหรือบาลีว่า ติ หรือ เต ซึ่งก็แปลว่า เช่นกัน
                   คำว่า สิกขา เป็นภาษามคธหรือภาษาบาลี แปลว่า "ข้อที่พึงหรือข้อที่ต้องศึกษาและปฏิบัติ" ตรงกับภาษาสันสกฤตว่า ศิกฺษา ภาษาไทยนำมาใช้เป็น  ศึกษา   

                     นักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาบางท่านประยุกต์ว่า ( . .)    สีล ได้แก่ สะอาด (clean)   สมาธิ ได้แก่ สงบ (calm)  ปัญญา ได้แก่ สว่าง (clear)  แต่บางท่านก็ประยุกต์ว่า สะอาด สว่าง สงบ      สะอาด คือ สะอาด กาย วาจา (สะอาดกาย ได้แก่ เว้นกายทุจริต สะอาดวาจา ได้แก่ เว้นจากวจีทุจริต อาบน้ำในแม่น้ำสายใหญ่ ไม่รู้กี่สายต่อกี่สาย ก็ไม่สะอาดเท่ากับอาบน้ำในแม่น้ำ คือ  ศีล     สงบ คือการเจริญสมาธิ เจริญจิตภาวนา (เจริญสมถะวิปัสสนา) ทำจิตให้สงบ ไม่ฟุ้งซ่าน มีอารมณ์เป็นหนึ่งเดียว (เอกัคคตาจิต) เพราะจิตมีธรรมชาติดิ้นรนกวัดแกว่ง เที่ยวไปดวงเดียวไปได้ไกล มีกายเป็นถ้ำอาศัย    สว่าง คือ เกิดความรู้ (วิชชา) พ้นจากกิเลสคือ อวิชชา (ความไม่รู้พ้นจากราคะ/โลภะ โทสะและโมหะ ดุจพระจันทร์ในวันเพ็ญ ไม่มีเมฆหมอกมาปกคลุมปิดบัง มีจิตบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ปราศจากความหมองมัว
                        ไตรสิกขา ประยุกต์เข้าพระพุทธโอวาท (ในพระโอวาทปาฏิโมกข์ที่ถือเป็นหัวใจแห่งคำสอนทางพระพุทธศาสนาก็ได้) มรรคมีองค์ ย่อลงเป็นไตรสิกขาก็ได้ ที่รู้จักกันในชื่อว่าทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา/the Middle Way) นั้น เมื่อย่นย่อลง ก็ได้เท่ากับไตรสิกขาเป็นแต่ในทางสายกลาง จัดเอาปัญญาขึ้นก่อนเท่านั้น   ดังนี้
          ๑. เห็นชอบ (สัมมาทิฏฐิ) คือเห็นอริยสัจจ์ หรือเห็นไตรลักษณ์ หรือเห็นปฏิจจสมุปบาท (๑๒)
          ๒. ดำริชอบ (สัมมาสังกับปะ ได้แก่ เนกขัมมะสังกัปปะ อพยาปาทสังกัปปะ และอวิหิงสาสังกัปปะ)

                     ทั้งข้อ และ จัดเป็น ปัญญา
           ๓. เจรจาชอบ (สัมมาวาจา ได้แก่ วจีสุจริต )
           ๔. กระทำชอบ (สัมมากัมมันตะ ได้แก่ สุจริต )
           ๕. เลี้ยงชีพชอบ (สัมมาอาชีวะ ได้แก่ เว้นมิจฉาชีพ ประกอบสัมมาชีพ)
                    ในข้อ ข้อ และข้อ รวม ข้อ จัดเป็นศีล
           ๖. พยายามชอบ (สัมมาวายามะ ได้แก่ ปธาน หรือ สัมมัปปธาน คือ ความเพียรชอบ )
           ๗. ระลึกชอบ  (สัมมาสติ ได้แก่ สติปัฏฐาน )
           ๘. ตั้งจิตมั่นชอบ (สัมมาสมาธิ ได้แก่ ฌาน คือ การเพ่ง )
                   ในข้อ ข้อ และข้อ รวม ข้อ จัดเป็นสมาธิ
                        ทั้งนี้การจัดการเรียนการสอน ครูผู้สอนจะต้องเป็นรูปแบบหรือตัวอย่าง ในแง่เนื้อหาสาระ  และศรัทธา  ความเชื่อมั่นในความดีงาม  อย่างจริงแท้ของพระสัทธรรม   คือ เรื่องร่างกาย ระเบียบวินัย การควบคุมตนเอง (ศีล)  เรื่องของอารมณ์ ความรักใคร่ปรารถนาดีต่อกัน ความหนักแน่นมั่นคง ความเบิกบานแจ่มใส สงบร่มเย็น (สมาธิ)  และเรื่องความรู้ ความสามารถ สติปัญญา มีเหตุผล  จนสามารถเกื้อกูลแก่ตน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเต็มที่ เรียกว่า อย่างไม่มีปัญหา หรือความทุกข์ (ปัญญา)

 

การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการโดยใช้หลักไตรสิกขา  
                        ครูควรจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ ตามขั้นตอน โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ที่หลากหลายเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและบรรลุ พฤติกรรมการเรียนรู้ที่คาดหวัง

         ตัวอย่าง  การจัดการเรียนรู้เรื่องการพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน  เพื่อให้นักเรียน รู้และเข้าใจ

ความหมายบริบท   บอกขั้นตอนการพัฒนาการอ่าน   บอกแหล่งที่มาของข้อมูลการอ่านได้เร็วขึ้น    บอกจุดประสงค์ของเรื่องที่อ่าน   เสริมสร้างนิสัยรักการอ่านและการสืบค้น  ครูกำหนดขั้นตอนการสอน ๔ ขั้นตอนโดยใช้  หลักไตรสิกขา มาเป็นผู้กำกับให้เกิดกัลยาณมิตรในการเรียนรู้ ใช้ ศีล สมาธิ ปัญญาเป็นองค์รวม ไม่แยกส่วน ไม่แยกสอน  

                           ครูมุ่งพัฒนาการสอนเพื่อพัฒนานักเรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์โดยใช้หลัก ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งก็คือการจัดการเรียนรู้แบบองค์รวมนั่นเอง คือ
                           . มุ่งเน้นให้นักเรียนเกิดความรู้ ความคิดซึ่งเป็นตัวปัญญา (Knowledge: K)
                           . นำความรู้ไปพัฒนาทักษะ/ความสามารถและวิธีการเรียนรู้ สร้างสรรค์ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติกิจกรรม  ( Process& Product : P )
                           . และในขณะลงมือปฏิบัติ นักเรียนจะแสดงพฤติกรรมที่สะท้อนถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์(Affective : A ) สอดคล้องกับภาระงานที่ได้ปฏิบัติจึงถือว่าเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ครบองค์รวม (K:P:A) นั่นเอง
                          การจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้หลักไตรสิกขา  ครูมีกลวิธีการสอนตามลักษณะรายวิชาอย่างไรท่านพัฒนาต่อไป  เพียงแต่ใช้หลักการทางพุทธศาสนา (แนวทางวิถีพุทธ) ศีล สมาธิ ปัญญา มาใช้เป็นตัวกำหนดพฤติกรรม พฤติสัมพันธ์ ทางกาย วาจา จิตใจ เพื่อให้เกิดปัญญาในการเรียนรู้อย่างแท้จริง   ซึ่งก็คือ K:P:A นั่นเองซึ่งครูผู้สอนจะกำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  จุดประสงค์การเรียนรู้โดยใช้หลักภาวนา ๔   ดังนี้
                            .  ศีลภาวนา (A1) การปฏิบัติตนดี :- ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายด้วยความรับผิดชอบ รอบคอบ ปลอดภัย ประหยัด มีประสิทธิภาพ ทำงานเสร็จทันเวลา
                            . กายภาวนา ( A2) การปฏิบัติงานชอบ :- ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ อดทน เพื่อให้ได้ผลงานดีมีคุณภาพ เห็นคุณค่าและประโยชน์ของงาน มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานที่สอดคล้องกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
                             . จิตภาวนา ( A3) ความมุ่งมั่น ตั้งใจทำงาน :- มุ่งมั่น ตั้งใจ กระตือรือล้นแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย รักการทำงาน มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต
                            . ปัญญาภาวนา :- ผลที่ได้รับจากการมุ่งมั่นตั้งใจ ปฏิบัติตนดี และปฏิบัติงานชอบ ดังนี้                  

                                  ๔.๑  ความรู้ (K ) :- เนื้อหาสาระ กระบวนการเรียนรู้ การบูรณาการ
                                                            ๔.๑.๑  เนื้อหาสาระ (K1) - เนื้อหาสาระตามหน่วยการเรียนรู้
                                                            ๔.๑.๒  กระบวนการเรียนรู้ (K2) – กระบวนการเรียนรู้ตามวิธีการและขั้นตอนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้
                                                           ๔.๑.๓     การบูรณาการ (K3 ) - บูรณาการใน - นอกกลุ่มสาระการเรียนรู้
                                 ๔.๒   ความคิด (P1 ) :- อ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความ (จากมาตรฐานการผ่านของแต่ละช่วงชั้น)
                                 ๔.๓     การปฏิบัติ :- ทักษะกระบวนการทำงาน 
                                                    ๔.๓.๑   กระบวนการทำงาน (P2 ) :- กระบวนการที่ใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น กระบวนการมีส่วนร่วม กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเพื่อนคู่คิด ฯลฯ 
                                                    ๔.๓.๒   การทำงานอย่างเป็นระบบ (P3 ) :- วิธีการ/ขั้นตอนการทำงาน ( PDCA) 
                                                    ๔.๓.๓    ทักษะ/ความสามารถในการทำงาน ( P4):- เช่น ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ความสามารถในการสืบค้นความรู้ ความสามารถในการเป็นผู้นำ ความสามารถในการจัดการ ฯลฯ

                                     จากหลักการดังกล่าวข้างต้นจะเห็นว่าไม่ว่าจะใช้วิธีการใด ๆ ในการจัดการเรียนการสอนสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือมุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นคนเก่ง ดี และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข  

ดังนี้

 

                  เตรียมพร้อมกาย วาจา ใจ  ( เพื่อเตรียมตนเองเข้าสู่เรื่องที่จะเรียนรู้ ขั้นคุณธรรมนำปัญญา)

      เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้  เพื่อรวบรวมพลังกาย  พลังใจ 

และพลังความคิดในการเข้าสู่บทเรียนครั้งแรก  โดยกำหนดให้นักเรียนนั่งสมาธิตั้งตัวตรงแล้วใช้มือขวาทับมือซ้าย  เท้าขวาทับเท้าซ้ายค่อย หลับตา  แล้วกำหนดลมหายใจเข้าว่า พุทกำหนดลมหายใจออกว่า โธต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา    นาที ครูควรพูดปลูกฝังกรอบวิถีวัฒนธรรมการเรียนรู้ในรายวิชา และเน้นย้ำคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของโรงเรียน

 

 

                         ไดัออกแบบขั้นตอนการสอนเป็น ๔ ขั้นตอน ดังนี้

 

 

 

                                   ๑.      คุณธรรมนำปัญญา    

 

                                   ๒.      ปฏิบัติ แกร่งกล้า ค้นคว้าจนเป็นนิสัย   

 

                                   ๓.      ใฝ่ใจประเมินผล (ทั้งโดยตนเองและคนรอบข้าง)   

 

                                   ๔.      สุขล้นในความสำเร็จ ( คนดี คนเก่ง มีความสุข)

 

 

 

ขั้นตอนที่ ๑    คุณธรรมนำปัญญา  

 

 

 

                     ๑  ขั้นการใช้สื่อนำเรื่อง (ศีล สมาธิ ปัญญา )   (การเรียนรู้อย่างมีความสุข การจัดระบบความคิดล่วงหน้า  การรับรู้มโนทัศน์  กฎเกณฑ์  หลักการ  ข้อบัญญัติหรือทฤษฎีต่าง ๆ ร่วมสรุปเป็นสื่อนำเรื่อง )

 

                    ๑)  สังเกต  และรับรู้

 

                               ๑.  ให้นักเรียนดูภาพจากสื่อสิ่งพิมพ์ และจากสื่อคอมพิวเตอร์   เรื่อง  สมเด็จเจ้าแตงโม  ประมาณ  ๑๕  นาที  เพื่อสำรวจและสร้างความสนใจในเนื้อหา 

 

                   ๒) สร้างความเข้าใจ

 

                              ๒.  สุ่มนักเรียน ๓ - ๔ คน  พูดเล่าเรื่องที่ได้ดู  ครูเพิ่มเติมแก้ไขส่วนที่

 

บกพร่องให้สมบูรณ์ถูกต้องตามเนื้อหา

 

                              ๓.  สุ่มนักเรียน ๓ - ๔ คน พูดแสดงความคิดเห็น  วิเคราะห์  วิจารณ์เกี่ยวกับ

 

ลักษณะนิสัยของสมเด็จเจ้าแตงโมที่ปรากฏในเรื่อง

 

                              ๔.  นักเรียนและครูวิจารณ์การพูดของเพื่อน ๆ    พร้อมทั้งร่วมกันสร้างแผนผังมโนภาพ ( Concept  Mapping ) เชื่อมโยงเรื่องราวที่รับรู้

 

                   ๓)  สรุปผล

 

                              ๕.  นักเรียนจดบันทึกแผนผังมโนภาพ  พร้อมทั้งเขียนเล่าเรื่องจากการชมภาพประวัติและการบรรยายจากสื่อคอมพิวเตอร์   และผลจากการสรุปร่วมกัน ลงสมุดของตนเอง ขั้นตอนที่ ๒   ปฏิบัติ แกร่งกล้า ค้นคว้าจนเป็นนิสัย 

 

         

 

ขั้นตอนที่ ๒  ขั้นปฏิบัติกิจกรรม  (สมาธิ ปัญญา ศีล) ( มุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติ  ใช้กระบวนการคิดร่วมมือกันเรียนรู้  ด้วยความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะให้เกิดผลสำเร็จ  เรียนรู้จากการคิด  ปฏิบัติจริง )

 

                   ๑)  เตรียมความพร้อม

 

                             ๑.  นักเรียนอ่านในใจ เนื้อหาสาระ “การอ่านอย่างมีสมรรถภาพและพัฒนาการอ่าน”และ “บทนำเรื่อง  จากตำนานเมืองเพชรบุรี”

 

                   ๒)  ฝึกปฏิบัติตามแบบ ศึกษาจัดระบบข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ

 

                             ๒.  นักเรียนและครูร่วมกันสรุปวิเคราะห์ข้อมูลว่าบทนำเรื่องที่อ่านนี้แนะนำ

 

สิ่งใดที่นักเรียนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในสังคมปัจจุบันอย่างไรบ้าง

 

                             ๓.  สุ่มนักเรียนสอบถามว่า ถ้านักเรียนเป็นสมเด็จเจ้าแตงโมนักเรียนจะมีวิธี

 

การแก้ปัญหาอย่างไร ก่อนหนีออกจากบ้านหลังจากที่พี่สาวใช้ไม้ฟืนไล่ตี เพราะเหตุใด

 

                   ๓)  ฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง

 

                             ๔.  ให้นักเรียนอ่านเรื่องสมเด็จเจ้าแตงโมจากหนังสือตำนานเมืองเพชรบุรี

 

แล้วนำข้อมูลที่ได้มาเขียนเล่าเรื่อง ในสมุดบันทึก   ครูสุ่มนักเรียน ๒ - ๓ คนนำเสนอเล่าหน้าชั้นเรียน

 

 

 

ขั้นตอนที่ ๓   ใฝ่ใจประเมินผล (ทั้งโดยตนเองและคนรอบข้าง )

 

 

 

           ๓  ขั้นทบทวนด้วยปัญญาและเหตุผลเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิต    (ปัญญา ศีล สมาธิ )     

 

( มุ่งเน้นการพิจารณาไตร่ตรองผลจากการปฏิบัติ  เพื่อนำไปใช้ในการแสวงหาความรู้ต่อไป  การเรียนรู้ร่วมกับบุคคลอื่น   การเรียนรู้แบบองค์รวม  การเรียนรู้กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง)

 

                                 ๑)  วิเคราะห์  วิจารณ์

 

                                             ๑.  นักเรียนและครูช่วยกันวิเคราะห์  วิจารณ์การพูดของนักเรียนแต่ละคน

 

พร้อมประเมินผลตามแบบประเมินผลการพูดแสดงความคิดเห็นที่ครูแจกให้

 

                                 ๒) เชื่อมโยงความสัมพันธ์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้

 

                                              ๒.  นักเรียนทำแบบทดสอบการนำข้อมูลจากการอ่านมาใช้ในการ

 

แก้ปัญหาตามสถานการณ์ต่าง ๆ ที่กำหนดให้

 

                                              ๓.  นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยคำตอบพร้อมเสนอแนะให้เหตุผลที่ถูกต้อง

 

 

 

ขั้นตอนที่ ๔   สุขล้นในความสำเร็จ – คนดี คนเก่ง มีความสุข
                                 ๓)  สรุปผลและนำเสนอความสำเร็จ
                                             ๔.  นักเรียนทุกคนรายงานผลงาน ผลการปฏิบัติของตนเอง จากแฟ้มคุณภาพผลงาน  ครูและนักเรียนทุกคนร่วมชื่นชมยินดี

 

 บรรณานุกรม

สุรินทร์  ยิ่งนึก. การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการโดยใช้หลักไตรสิกขา. เอกสารเผยแพร่กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย    โรงเรียนบางซ้ายวิทยา : พระนครศรีอยุธยา , ๒๕๔๘  
 




จัดการเรียนรู้ตามแนวพุทธเพื่อความมนุษย์ที่สมบูรณ์

การศึกษาของมนุษยชาติ
แผนการจัดการเรียนรู้ article
สอนเด็กไทยตามหลักไตรสิกขา-ทำอย่างไร-ดีอย่างไร-ปฏิรูปการศึกษาตลอดชีวิต



Copyright © 2005 All Rights Reserved. ครูต้นแบบกระบวนการเรียนรู้ 2545 (Teacher Award) กระทรวงศึกษาธิการ
ร้านหนังสือ"บ้านครู"  ศูนย์รวมพลังแห่งปัญญา แหล่งศึกษา ค้นคว้า แนะนำหนังสือดีเด่น ควรอ่านเพื่อชีวิตและสังคม
www.kruthai40.com จัดทำโดย นายสุรินทร์ ยิ่งนึก ครูต้นแบบเครือข่ายครูไทย เชิงประจักษ์ ว.13 ครูภาษาไทยดีเด่น รางวัลคุรุสดุดี คุรุสภา surinkruthai@gmail.com