ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletการอ่านเพื่อชีวิตและสังคม
bulletเรียนรู้ภาษาไทย ม.ต้น
bulletการประเมินผล-PISA
dot
dot
bulletครูกับการสอนคิดวิจารณญาณ
bulletICTเพื่อการเรียนรู้
dot
คิดบวก งานเชิงรุก หัวใจอยู่ที่เด็ก
dot
bulletพัฒนาสื่อสู่ครูเชี่ยวชาญ
bulletครูภาษาไทยออนไลน์พัฒนาทักษะการอ่าน
dot
ปณิธาณ อุดมการณ์
dot
bulletการปฏิบัติงานครู
bulletแด่ครูด้วยจิต..วิญญาณ
bulletค่าของครูอยู่ที่ศิษย์
dot
Newsletter สมัครรับข่าวสาร

dot
dot
ครูกัลยาณมิตร
dot
bulletเครือข่ายครูกัลยาณมิตร
dot
ครูภาษาไทย-เทคโนโลยีการศึกษา
dot
bulletสื่อวีดิทัศน์นำเรื่อง
dot
dot
bulletสื่อยูทูป kruthai
bulletระบบประกันคุณภาพออนไลน์
bulletfacebook.com - kruthai40
dot
dot
bulletE-learning
bulletE-book
bulletสื่อ Multimedia
bulletสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
bulletยุคสื่อ ICT ที่ต้องวิจัยและพัฒนา
bulletห้องสมุดยุคใหม่ E-library
bulletการ์ตูนเพื่อการเรียนรู้
bulletคนไทยรักการอ่าน
bulletการ์ตูนแอนิเมชั่น
bulletภาพยนตร์สารคดี
bulletผลิตหนังสั้นกันดีกว่า
bulletสร้างสรรค์สื่อเพื่อการพัฒนา
bulletสื่อหนังสือพิมพ์
bulletสื่อโฆษณาน่ารู้
bulletเว็บไซด์ส่งเสริมคุณธรรม
bulletเว็บไซด์เพื่อการเรียนรู้
bulletภูมิปัญญาทางภาษา
bulletเรื่องเล่า kruthai online
bulletKM ในสถานศึกษา
bulletweb: krumukda
bulletแผนที่สู่บางซ้ายวิทยา
bulletสื่อออนไลน์ สอนภาษาไทย
bulletข่าว-บทความ-อื่นๆหลากหลาย ดีๆ จากสื่อมวลชน
bulletวิถีชีวิตและครอบครัว


สื่อการเขียน แบบฝึก
กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้ ที่น่าสนใจ
มรดกไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
สื่อหลักการใช้ภาษาไทย
ห้องเรียนดิจิตอล
เครือข่ายกาญจนาภิเษก
เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
ห้องเรียน DLIT
สื่อการอ่าน
gotoknow:kruthai40
blog : ครูไทย  ในครูบ้านนอกดอทคอม


การ์ตูนเพื่อการเรียนรู้

  

 

การ์ตูน( Cartoon) เป็นภาพลายเส้น ซึ่งแสดงสัญลักษณ์ของเรื่องราวต่างๆตลอดจน สามารถถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด จินตนาการของผู้วาดซึ่งเป็นการล้อเลียนแสดงอารมณ์ขัน

 

 

                 การ์ตูนการเมือง (Political Cartoon) เป็นภาพที่วาดเพื่อล้อเลียน บุคคล สิ่งของ เหตุการณ์ โดยเน้นลักษณะเด่นของสิ่งเหล่านั้น หรืออาจเปลี่ยนแปลงลักษณะบางอย่างให้เกินความจริง ที่เรียกว่า เช่นภาพประชดประชันสังคม การเมือง เป็นต้น

 

 

                 การ์ตูนประกอบเรื่อง ( Illustrated Cartoon) เป็นการ์ตูนที่วาดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อมาประกอบเรื่องราวหรือคำอธิบายเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวได้ดียิ่งขึ้น

 

 

                การ์ตูนเป็นตอนสั้น(Comic Strip) เป็นเรื่องราวหรือเหตุการณ์สั้นๆ จัดทำเป็นตอน ตอนละ 2 - 3 หรือ 3 - 4 กรอบภาพโดยให้ผู้อ่านติดตามตอนต่อๆไปจนจบซึ่งไม่จำกัด ความยาวเป็นขั้นตอนกับการวางโครงเรื่อง
                การ์ตูนเรื่อง ( Comics)เป็นเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่มีตัวละครดำเนินเรื่องราว อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบหรือแบ่งเป็นตอนๆเพื่อไม่ให้ผู้ดูหมดความสนใจ

 

 

                การ์ตูนภาพเดียวจบ(Gag) เป็นภาพการ์ตูนภาพเดียวที่มีความหมาย สามารถ สื่อสารให้ผู้ดูเข้าใจได้
                การ์ตูนโฆษณา (Commercial Cartoon) เป็นการใช้การ์ตูนในการโฆษณา เพื่อดึงดูดความสนใจ โดยใช้ลักษณะเฉพาะของตัวการ์ตูนนั้นๆ

 

 

                การ์ตูนเคลื่อนไหว (Animation Cartoon) เป็นการ์ตูนที่วาดขึ้นเป็นชุดภาพ ลำดับขั้นในการแสดงอากัปกิริยาอย่างต่อเนื่อง เช่น นกบิน จะเป็นภาพนกตั้งแต่ ยกปีกซ้ายข้นทีละนิดอย่างต่อเนื่องจนจบอาการนั้น มักจะใช้เพื่อถ่ายทำภาพยนตร์ เป็นต้น

 

 
การ์ตูนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการเรียนการสอนทุกระดับ ทั้งอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตลอดจนอุดมศึกษา
ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้หลายลักษณะดังนี้
  
        1.ใช้นำเข้าสู่บทเรียน เพราะการ์ตูนจะช่วยเร้าความสนใจและดึงดูดให้ผู้เรียน สนใจในกิจกรรมการเรียนนั้น
        2.ใช้ในการอธิบายเรื่องราวต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนไม่เกิดความเบื่อหน่าย ในการเรียน และเกิดการเรียนรูได้ดีเพราะมีภาพประกอบ ทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรม เป็นรูปธรรมที่น่าสนใจ
        3.ใช้สรุปบทเรียน จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถจดจำในเนื้อหาบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น
        4.ใช้การ์ตูนกับการเรียนเป็นรายบุคคล ช่วยเด็กที่มีความสามารถทางการเรียนต่ำ เพราะการ์ตูนจะช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจและมีความต้องการที่จะศึกษาเพิ่มขึ้น
        5.การ์ตูนประกอบการศึกษา เป็นการ์ตูนที่ใช้ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอน และการศึกษา เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น

 

คุณค่าของการ์ตูน   ช่วยทำให้เกิดความคิด จินตนาการที่ดีและเกิดความคิดสร้างสรรค์
         ช่วยเร้าความสนใจให้ติดตามและเกิดการเรียนรู้ที่ดี
         ช่วยส่งเสริมให้เกิดนิสัยรักการอ่านหนังสือ ทั้งเด็กและบุคคลทั่วไป ซึ่งก่อให้เกิดความรู้ในด้านอื่นๆต่อไป
         ช่วยผ่อนคลายอารมณ์เครียด ช่วยให้เกิดความสนุกสนาน
         ช่วยให้สามารถจดจำสิ่งต่างๆได้ดี โดยใช้รูปภาพการ์ตูนที่มีลักษณะเด่นๆ

 

 

 

 

 

 ในการจะนำการ์ตูนมาใช้ในการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพนั้น มีแนวทางในการปฏิบัติดังนี้

 

 

 1.ศึกษาวัตถุประสงค์เนื้อหา
  2.ออกแบบเรื่องราวที่ต้องการถ่ายทอด เช่น ลักษณะ แนวคิด องค์ประกอบ เป็นต้น
  3.สังเกตลักษณะสิ่งที่ต้องการวาด เช่นลักษณะเด่นของคน สิ่งของ เหตุการณ์ แนวคิด และจินตนาการสิ่งเหล่านั้น
  4.วาดภาพที่ต้องการ เป็นภาพที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน และเน้นถึงจุดเด่น สัญลักษณ์ หรือเอกลักษณ์ของสิ่งนั้นๆ

 

 
  ขอแนะนำ หน่วยงานองค์กร ที่ส่งเสริม สร้างสรรค์การใช้การ์ตูนเพื่อการเรียนรู้...เพื่อพัฒนาการศึกษาไทย
 

ห้องสมุดของเรา: John F Kennedy Library, PSU ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ 
              ขอเชิญทุกท่านเข้าฟังสัมมนาเรื่อง "การ์ตูน..สื่อสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้" ในวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00 - 16.00 น. ณ ห้อง ศษ 2121 ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์

              งานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำสื่อการ์ตูนไปพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อการ์ตูน ได้แก่ รศ.ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์ ประธานหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณสุดใจ พรหมลิขิต ผู้จัดการสถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก คอยให้ความรู้

              การสัมมนาในครั้งนี้ผู้ร่วมงานจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ท่านใดสนใจเข้าร่วมงานในวันดังกล่าว สามารถสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ คุณป้อม โทร. 08-9990-6806 หรือ คุณอ๊อด โทร 08-1775-7954 หรือ พิมพ์ชื่อ-นามสกุลจริง ตำแหน่งงาน องค์กรที่สังกัด เบอร์ติดต่อ และ e-mail แล้วส่งมาที่
tipfy313@gmail.com

 วามหวังใหม่ วงการการ์ตูนไทย ลุ้นกองทุนสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก ให้เกิดขึ้นจริง

 

by : นางสาวเกศรินทร์ ไชยแสง
IP : (124.120.143.252) - เมื่อ : 22/03/2007 02:46 PM

 

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมาสถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก จัดเวทีย่อยสัมมนาในเรื่อง
"สื่อการ์ตูนกับยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนกองทุนส่งเสริมสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว"
เวลา 15.00 น. -18.00 น. ณ ห้องอาหารโดมพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ผู้เข้าร่วมมีจำนวนกว่า 30 คน อาทิ เครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก นักการ์ตูนอาวุโส และนักการ์ตูนรุ่นใหม่ ซึ่งงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

 

กลุ่มเครือข่ายสื่อเพื่อเด็กได้ร่วมกันขับเคลื่อนกองทุนสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัวตั้งแต่ปลายปี 2549 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน เครือข่ายสื่อเพื่อเด็กได้ร่วมแรงใจกันจัดเวทีย่อย เพื่อระดมความคิดเห็นในเรื่องกองทุนสื่อฯ ทั้งในภาคประชาชน และกลุ่มผู้ผลิตสื่อขึ้นมาหลายเวที เพื่อรวบรวมความคิดเห็นของแต่ละกลุ่มที่มีต่อกองทุนสื่อฯนี้ ดังเช่นเวทีที่เกิดขึ้นนี้ก็เช่นกัน เป็นเวทีของกลุ่มผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์นักการ์ตูนไทย ที่มากด้วยความสามารถและกำลังจะถูกลืมไปในสังคมไทยก็มี เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากการ์ตูนต่างประเทศเข้ามาเป็นคู่แข่งมากขึ้น นักเขียนการ์ตูนรุ่นเก่า หรือแม้แต่นักเขียนรุ่นใหม่ ก็ลำบากกับการทำงาน กับสภาวะแวดล้อมความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนิยมการ์ตูนตาโต และที่สำคัญค่าต้นฉบับที่ถูกแสนถูกเมื่อเทียบกับผลงานที่มีคุณค่า

 

 

คุณฉัตรชัย เชื้อรามัญ ผู้อำนวยการขบวนการตาสับปะรด กล่าวว่า ขณะนี้การผลักดันกองทุนสื่อฯนั้นได้ผลักให้อยู่ภายใต้ของกองทุนสนับสนุนการพัฒนาสังคม ซึ่งขอบเขตของ กองทุนสนับสนุนการพัฒนาสังคม ครอบคลุมความสำคัญ 4 ด้าน ด้วยกัน คือ
1) การพัฒนาสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็กเยาวชนและครอบครัว
2) การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม
3) การพัฒนากีฬา
4)การส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ของเยาวชน ในประเด็นแรก เรื่องของสื่อ ซึ่งจะสนับสนุนด้านการผลิตสื่อสร้างสรรค์ งานวิจัย องค์ความรู้ กระบวนการมีส่วนร่วมและพัฒนาช่องทาง เรื่องของที่มาของเงินสนับสนุนกองทุนตอนนี้เรายังไม่ห่วงเท่ากับเรื่องของการบริหาร จัดการกองทุนจะเป็น อย่างไร? จึงต้องระดมความคิดเห็นต่อทุกส่วน ว่ามีความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป

 

 

"กองทุนสื่อฯจะสนับสนุนคนทำสื่อการ์ตูนอย่างไร?"

 

 

คุณสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการสถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก กล่าวว่า กองทุนต้องมองถึงระดับบุคคล นอกจากกลุ่มคนแล้ว ควรสนับสนุนการอบรม พัฒนากลุ่มนักการ์ตูน อย่างสม่ำเสมอและมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณทุกแขนง รวมทั้งเรื่องของการ์ตูน เพื่อส่งเสริมให้เกิดแรงบันดาลใจสำหรับนักการ์ตูนรุ่นใหม่ และมีการจัดซื้อหนังสือดีเด่น โดยกองทุนฯ เพื่อกระจายเผยแพร่ทั่วประเทศ

 

 

ทางด้าน คุณศักดา แซ่เอียว (เซีย ไทยรัฐ) คณะกรรมการสร้างสรรค์ สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก กล่าวถึงการสร้างสรรค์กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นค่ายการ์ตูน เพื่อฝึกอบรม สร้างจินตนาการให้กับเด็ก ส่วนนี้กองทุนก็ควรเข้ามามีส่วนสนับสนุนเช่นกัน และในส่วนของนักเขียนก็มักถูกเอารัดเอาเปรียบเรื่องของต้นฉบับ และถูกเบี้ยว ไม่เป็นตามตกลง คุณภาพงานบางครั้งก็ถูกตัดทอนด้วยข้อจำกัดของตัวงบประมาณ ซึ่งยังคงเป็นปัญหาอยู่เรื่อยมา

 

 

ข้อเสนอที่นักการ์ตูนท่านอื่นต่างให้ความสนใจคือ
1. การสนับสนุนให้มีต้นฉบับที่ดี มีคุณภาพ โดยการสนับสนุนทุน
2. มีการควบคุมค่าต้นฉบับไม่ต่ำเกินไป ควรเหมาะสมกับผลงานอย่างแท้จริง
3. สนับสนุนทุนให้กับนักเขียนผลงานดี มีคุณค่า นอกจากให้ทุนสนับสนุน แล้วควรเพิ่มด้านการจัดการให้มีการผันเงินกลับมาสนับสนุนกองทุนฯ กลับคืนด้วยเช่นกัน
4. ประชาสัมพันธ์ให้เกิดกระแสสังคม นำเสนอผลงานนักเขียนให้เป็นที่รู้จัก
5. จัดให้มีการประกวดแข่งขัน นักเขียนร่วมกันส่งผลงานเข้าประกวด (ไม่ควรมีขั้นตอนยุ่งยาก) กลุ่มคณะกรรมการต้องโปร่งใส ชัดเจน
6. การจัดกลุ่มระดับความสามารถ ดูตามลักษณะความถนัดนักเขียน เพื่อเกิดการแข่งขัน พัฒนาผลงานภายในกลุ่มให้ดียิ่งขึ้น
7. สนับสนุนนักเขียนการ์ตูนรุ่นเก่า ถ่ายทอดประสบการณ์ เรียนรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ สร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
8. จัดกระบวนการหรือกิจกรรมเชื่อมโยงนักการ์ตูนรุ่นอาวุโส กับนักการ์ตูนรุ่นใหม่ ให้ได้มีโอกาสทำงานร่วมกันแบบเฉพาะกิจบ้างในบางโอกาส เช่น วัฒนธรรมร่วมสมัย การ์ตูนส่งเสริมความรักชาติ เป็นต้น
9. การจัดตั้งสถาบันการ์ตูนเพื่อถ่ายทอดการเรียนการสอนด้านการ์ตูนแด่ผู้ที่สนใจ และสามารถเป็นพื้นฐานด้านอาชีพได้
10. ควรมีตัวแทนจากกลุ่มการ์ตูนเป็นคณะกรรมการพิจารณาผลงานในกรณีขอรับทุนด้วย

 

 

หวังว่า หากกองทุนสนับสนุนเพื่อการพัฒนา คลอดออกมาเมื่อไหร่ ตัวเรื่องกองทุนสื่อฯ ที่อยู่ภายใต้นี้ จะสามารถตอบสนองความต้องการของภาคประชาชน องค์กรต่างๆ กลุ่มผู้ผลิต เด็ก เยาวชน กลุ่มพ่อแม่ ฯลฯได้อย่างชัดเจน และมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างสรรค์สื่อที่ดี ส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็ก เยาวชนและครอบครัว นำไปสู่การเป็นรากฐานทางสังคมที่เข้มแข็งและรู้เท่าทัน ต่อไป

 

 

เครือข่ายจึงตั้งคำถามถึงมาตรการจัดตั้งกองทุนเพื่อการสนับสนุนสื่อเชิงรูปธรรมและเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำมาตรการในการสนับสนุนขึ้นอย่างจริงจัง

 

 


 

 

นางสาวเกศรินทร์ ไชยแสง
แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.)

 

http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=343

 

 
สื่อสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้
 

 

 

 

 

 

 

                    การเรียนรู้คืออะไร:

 

 

-          การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งเป็นผลอันเนื่องจาก                               ประสบการณ์ ที่คนเรามีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม หรือการฝึกหัด

 

 

-          การเรียนรู้เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ถาวรของบุคคลหนึ่งๆ

 

 

-          การเปลี่ยนแปลงความรู้ของผู้เรียน ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ นอกจากจะมีสิ่งที่เรียนรู้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังสามารถจัดการรวบรวม เรียบเรียงสิ่งที่เรียนรู้นั้นให้เป็นระเบียบเพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกตามที่ต้องการ

 

 

 

 

 

                                                                 

 

 

 

 

 

การจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

 

 

เป็นการเน้นการจัดสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่

 

  • การพัฒนากระบวนการคิดอย่างอิสระ
  • สร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง
  • เรียนรู้จากการปฏิบัติของตนเองโดยใช้วิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย
 

ความหมายของสื่อการเรียนรู้

 

 

หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวผู้เรียนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เช่นคน สัตว์ สิ่งของ ธรรมชาติ รวมถึงเหตุการณ์ หรือ แนวความคิด โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการค้นคว้า หรือ การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  อาจอยู่ในลักษณะที่ถ่ายทอด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก เพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ หรือเป็นเครื่องมือที่กระตุ้นให้เกิดศักยภาพทางความคิด ตลอดจนสิ่งที่กระตุ้นให้เป็นผู้แสวงหาความรู้และมีทักษะในการสร้างความรู้ด้วยตนเอง เพื่อมุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้ด้วยตนเอง   

 

 
 

สื่อการเรียนรู้ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนรู้ของผู้เรียน อาจทำหน้าที่

 

  • ถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก เพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์
  • สร้างสถานการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน
  • กระตุ้นให้เกิดศักยภาพทางความคิด ได้แก่ คิดไตร่ตรอง คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ ตลอดจนกระตุ้นให้เป็นผู้แสวงหาความรู้และมีทักษะในการสร้างความรู้ด้วยตนเอง
 

  

 

 

คุณลักษณะของสื่อการเรียนรู้

 

  • ช่วยส่งเสริมการสร้างความรู้ของผู้เรียน
  • ช่วยส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
  • มุ่งเน้นการพัฒนาการคิดของผู้เรียน
  • เป็นสื่อที่หลากหลาย ได้แก่ วัสดุ อุปกรณ์ วิธีการ ตลอดจน สิ่งที่มีตามธรรมชาติ
  • เป็นสื่อที่อยู่ตามแหล่งความรู้ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ร่วมทำงานระหว่างบุคคลแวดล้อมและตัวผู้เรียน
 

ประเภทของสื่อการเรียนรู้

 

 


      ประเภทของสื่อการเรียนรู้จำแนกได้ดังนี้

 

 

สื่อสิ่งพิมพ์
- เอกสาร หนังสือ ตำรา หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร จุลสาร ฯลฯ)

 

 

สื่อเทคโนโลยี
- แถบบันทึกภาพ วีดิทัศน์ เทปเสียง สไลด์
- คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer-assisted instruction)
- สื่อบนเครือข่าย (Web-based Iearning)
- การใช้อินเตอร์เนตเพื่อการเรียนการสอน

 

 

สื่อที่เป็นกิจกรรม/กระบวนการ
- กิจกรรมที่จัดเพื่อฝึกกระบวนการคิดและการปฏิบัติ การแสดงละคร บทบาท สมมติ
   สถานการณ์จำลอง ฯลฯ

 

 

สื่อบุคคล รวมถึงท้องถิ่น

 

 

สื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

สื่อวัสดุอุปกรณ์ 
 

 (หุ่นจำลอง แผนภูมิ แผนที่ รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์ทดลองวิทยาศาสตร์

 

 

     โดยสื่อแต่ละประเภทจะมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไปดังนี้ 

 

 

 

 

 

  

 

 

1. สื่อการสอนประเภทไม่ใช้เครื่องฉาย

 

 
วัสดุ / อุปกรณ์
 
ข้อดี
 
ข้อจำกัด
 
1. สิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น หนังสือ ตำราเรียน คู่มือ




 
1.เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง
2.สามารถอ่านได้ตามอัตราความสามารถของแต่ละคน
3.เหมาะสำหรับการทบทวนและการอ้างอิง
4.สามารถแก้ไข ปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัย และการผลิตเป็นจำนวนมาก
 
1. ต้องใช้ต้นทุนในการผลิตสูงสำหรับการผลิตสิ่งพิมพ์ที่มีคุณภาพสูง
2.ผู้ที่อ่านหนังสือไม่ออกไม่สามารถเรียนรู้จากสื่อนี้ได้
3.ในการปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัย ต้องจัดพิมพ์ใหม่ ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมากและกระบวนการที่ยุ่งยาก
 
2. ของจริง /
ของตัวอย่าง





 
1.แสดงคุณลักษณะต่างๆได้ตรงตามสภาพจริง
2. เป็นลักษณะ 3มิติ
3.สัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5
4.สามารถจับต้อง พิจารณารายละเอียดต่างๆได้อย่างชัดเจน

 
1.จัดหามาได้ยากสำหรับบางสิ่ง
2.มีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับการนำมาให้ศึกษาในชั้นเรียน
3.อาจมีราคาสูงเกินไป
4.เก็บรักษาได้ยาก และเกิดการเสียหายได้ง่าย
5.เหมาะสำหรับการศึกษาเป็นกลุ่มย่อย ซึ่งอาจต้องจัดหามาหลายชุดในกรณีที่จำนวนผู้เรียนมาก
 
3.หุ่นจำลองหรือของจำลอง









 
1. เป็นลักษณะ 3มิติ
2. สามารถจับต้อง พิจารณารายละเอียดได้อย่างชัดเจน
3.เหมาะสำหรับการแสดงสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าโดยปกติได้ เช่นอวัยวะภายในของ มนุษย์ สัตว์ หรือ อื่นๆ
4. ช่วยในการแสดงหน้าที่และลักษณะของส่วนประกอบต่างๆ
5. ช่วยในการเรียนรู้และการปฏิบัติทักษะชนิดต่างๆ เช่น การทำฟัน
6.สามารถผลิตได้ด้วยวัสดุที่หาง่าย หรือวัสดุท้องถิ่น
 
1.ต้องอาศัยทักษะความชำนาญในการผลิต
2. เหมาะสำหรับการศึกษาเป็นกลุ่มย่อย
3.อาจทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดพลาดได้ ถ้าสร้างไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง
4.เกิดการชำรุดเสียหายได้ง่าย
5.ราคาแพง




 
4.วัสดุกราฟิก เช่น แผนภูมิ แผนภาพ
โปสเตอร์ รูปภาพต่างๆ (ภาพถ่าย ภาพเขียน การ์ตูน)
 
1.ช่วยชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์
2.ช่วยแสดงลำดับขั้นตอนของเนื้อหา
3.สามารถผลิตขึ้นเอง หรือจัดหามาได้ง่าย
4. เก็บ และดูแล รักษาได้ง่าย
 
1. ต้องอาศัยทักษะความชำนาญในการผลิตงานกราฟิก
2. เหมาะสำหรับการศึกษาเป็นกลุ่มย่อย
3.การใช้ภาพบางประเภท บางครั้งอาจไม่ช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ดีขึ้นได้เท่ากับของจริง เพราะไม่สามารถเชื่อมโยงกับของจริงได้
 
5. กระดานดำ/ กระดานขาว




 
 
1.ราคาไม่แพง
2.สามารถเขียนทั้งข้อความและงานกราฟิกทุกชนิด
3. ช่วยแสดงลำดับขั้นตอนของเนื้อหา


 
 
 
1.ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมชั้นเพราะขณะใช้ต้องหันหลังให้นักเรียน
2.อาจใช้กับผู้เรียนกลุ่มใหญ่มากไม่ได้เพราะขนาดของตัวอักษร
3.ไม่สามารถนำข้อความ ประเด็นต่างๆที่เขียนแล้วมาใช้ได้อีกเพราะถูกลบทิ้งไปแล้ว
4.ผู้สอนต้องมีทักษะในการเขียนกระดาน
 
6. การศึกษานอกสถานที่




 
1.ผู้เรียนสามารถสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตนเอง และมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้วยตนเอง
2.เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม
3.สามารถดึงดูดความสนใจได้ดี
 
1.เสียค่าใช้จ่ายมากและใช้เวลามาก
2.ถ้าขาดการวางแผนและจัดเตรียมสิ่งต่างๆไว้อย่างดี อาจทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จได้


 

  2. สื่อการสอนประเภทใช้เครื่องฉาย

 

 
วัสดุ / อุปกรณ์
 
ข้อดี
 
ข้อจำกัด
 
1. เครื่องฉายภาพโปร่งใส




 
1.เหมาะสำหรับการเรียนเป็นกลุ่มใหญ่
2.สามารถใช้ในที่ที่มีแสงสว่างได้
3.ผู้สอนสามารถหันหน้าเข้าหาผู้เรียนได้
4.สามารถเตรียมแผ่นโปร่งใสไว้ล่วงหน้า หรือเขียนเพิ่มเติมในขณะสอนได้
5. สามารถแสดงการเคลื่อนไหวได้
 
1. แผ่นโปร่งใสที่มีลักษณะพิเศษต้องใช้ต้นทุนในการผลิตสูง
2.การมีส่วนร่วมในการประกอบกิจกรรมการเรียนของผู้เรียนยังน้อย



 
2. สไลด์


 
1. เหมาะสำหรับการเรียนเป็นกลุ่มใหญ่
2.สามารถปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยได้ง่าย
3.ถ่ายทำและทำสำเนาได้ง่าย
4.สะดวกต่อการใช้ และเก็บรักษาง่าย
 
1. ต้องฉายในห้องที่มีแสงสว่างน้อย
2.การผลิตต้องมีการวางแผนการเขียนบทสคริปต์
 
3. วีดิทัศน์




 
1. เหมาะสำหรับการเรียนเป็นกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่
2.มีทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงทำให้แสดงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
3.สามารถหยุดภาพเพื่อการอธิบายรายละเอียด หรือสาระสำคัญที่ต้องการเน้น
 
1.วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตมีคุณภาพดีและใช้ต้นทุนสูง
2.กระบวนการในการผลิตค่อนข้างซับซ้อน
3.ม้วนเทปเสื่อมสภาพได้ง่าย

 

3. สื่อเชิงโต้ตอบ (Interactive media)

 

 
วัสดุ / อุปกรณ์
 
ข้อดี
 
ข้อจำกัด
 
1.คอมพิวเตอร์








 
1.ใช้งานได้หลายประเภท ได้แก่ การคำนวณ การจัดเก็บข้อมูล พิมพ์งาน
2.นำเสนอข้อมูลได้หลายประเภททั้ง ตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง
3.มีการโต้ตอบกับผู้เรียนโดยให้ผลย้อนกลับอย่างรวดเร็ว
4.สามารถบันทึกข้อมูลเก็บไว้ทั้งในหน่วยความจำในเครื่องและแผ่นดิสเกต แผ่นซีดีได้
5.ใช้ร่วมกับโมเด็มเพื่อใช้ในอินเตอร์เนตที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลกับฐานข้อมูลอื่นทั่วโลก
 
1.ราคาค่อนข้างสูง
2.ต้องใชัร่วมกับโปรแกรมซอฟแวร์ประเภทต่างๆ
3.มีการเปลี่ยนแปลงด้านอุปกรณ์ต่างๆอย่างรวดเร็วทำให้ล้าสมัยเร็ว




 
2. ซีดี- รอม (CD ROM)








 
1.สามารถบันทึกข้อมูลได้มาก
2.บันทึกข้อมูลได้ทั้งตัวอักษร
ภาพนิ่ง ภาพกราฟิกเคลื่อนไหว ภาพวิดิทัศน์ และเสียง
3.ไม่มีการพลั้งเผลอลบข้อมูลที่
บันทึกไว้แล้ว
4.เรียกข้อมูลได้รวดเร็วและถูกต้อง
5.มีอายุการใช้งานนานและยากแก่การบุบสลาย
6.ขนาดเล็กกะทัดรัดเหมาะแก่การพกพา
 
1.ไม่สามารถบันทึกทับข้อมูลเดิมได้
2.ปกติแล้วผู้ใช้ไม่สามารถบันทึกข้อมูลเองได้ ต้องมีการบันทึกมาจากโรงงานผู้ผลิต
3.ต้นทุนการผลิตสูง แต่ถ้าผลิตเป็นจำนวนมากจะลดต้นทุนได้มาก
4.ต้องใช้เล่นร่วมกับคอมพิวเตอร์



 

 

 

 

44. ด้านเทคนิควิธีการ

 

 

 
 วัสดุ / อุปกรณ์
 
ข้อดี
 
ข้อจำกัด
 
1. อินเทอร์เน็ต











 
1. ค้นคว้าข้อมูลได้ทั่วทุกมุมโลกอย่างรวดเร็ว
2. ติดตามข่าวสารความรู้และความเคลื่อนไหวต่างๆได้อย่างรวดเร็ว
3. สนทนากับผู้ที่อยู่ห่างไกลได้ทั้งในลักษณะข้อความและเสียง
4. ร่วมกลุ่มอภิปรายกับผู้ที่สนใจในเรื่องเดียวกันเพื่อขยายวิสัยทัศน์
5.รับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบข้อความ ภาพ และเสียงได้อย่างรวดเร็วในราคาเยา
6. ถ่ายโอนข้อมูลในที่ต่างๆได้
7. ติดประกาศข้อความเพื่อหาผู้ที่สนใจเรื่องเดียวกัน
 
1. ข้อมูลที่ได้อาจไม่ถูกต้องเนื่องจากไม่มีผู้ใดรับรอง
2. ต้องมีการศึกษาการใช้งานเพื่อการสืบค้นข้อมูล
3. นักเรียนและเยาวชนอาจเข้าไปดูในเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม






 
2. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
 
     (e-mail)






 
1. ช่วยขจัดปัญหาในเรื่องของเวลาและระยะเวลาในการเรียน
2. ผู้เรียนที่ไม่กล้าแสดงออกในชั้นเรียนจะรู้สึกอิสระในการแสดงความคิดเห็น
3. เสริมบรรยากาศในการเรียนรู้เพื่อเปิดโอกาสให้มีการถามข้อข้องใจเป็นการส่วนตัว
4. ผู้เรียนสามารถติดต่อกันในการแบ่งปันข้อมูลและปรึกษาร่วมกันได้
 
1. เป็นการสื่อสารที่ผู้สื่อสารไม่สามารถแสดงความรู้สึกต่อกันได้ทำให้ขาดความเป็นธรรมชาติ
2. อาจเกิดความสับสนในการอภิปรายเนื่องจากอภิปรายในเวลาที่ไม่ต่อเนื่องกัน
3. ผู้เรียนต้องมีความชำนาญในการพิมพ์และเรียบเรียงเนื้อหาจึงจะทำให้การอภิปรายราบรื่น
 
3. การสอนใช้เว็บเป็นฐาน การสอนบนเว็บ
(Web-Based Instruction)





 
1. ขยายโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้เรียนรอบโลก ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง
2. การเรียนด้วยการสื่อสารหลากหลายรูปแบบทำให้ผู้เรียนรู้จักการสื่อสารในสังคมทำให้การเรียนมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
3. การเรียนด้วยสื่อหลายมิติทำให้เลือกเรียนเนื้อหาได้ตามโดยไม่ต้องเรียงลำดับกัน
4. มีหลักสูตรให้เลือกเรียนมาก
5. มีการเรียนทั้งแบบประสานเวลาและแบบไม่ไม่ประสานเวลา
 
1. ผู้สอนและผู้เรียนอาจไม่พบหน้ากันเลย อาจทำให้ผู้เรียนบางคนอึดอัดและไม่สะดวกในการเรียน
2. ผู้สอนต้องใช้เวลาเตรียมการสอนมาก
3. การตอบปัญหาในบางครั้งอาจไม่เกิดขึ้นในทันที ทำให้ผู้เรียนไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ได้
4. ผู้เรียนต้องรู้จักควบคุมการเรียนของตนจึงจะประสบผลสำเร็จในการเรียนได้

 

ในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากการสอน หรือการถ่ายทอดโดยผู้สอน หรือสื่อการสอนมาสู่การเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ที่ให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยผ่านการปฏิบัติ ลงมือกระทำด้วยตนเอง การพัฒนาศักยภาพทางการคิด ตลอดจนการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ดังนั้น ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียน วางแผน ดำเนินการและการประเมินด้วยตนเอง ผู้เรียนจะเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ ซึ่งจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับแหล่งข้อมูลที่มีศักยภาพ ได้แก่ ผู้สอน เทคโนโลยี พ่อแม่  และบุคคลอื่น ๆ ตลอดจน สื่อต่างๆ เพื่อที่จะนำมาสู่การหยั่งรู้ในปัญหาและการแก้ปัญหา หรือการได้มาซึ่งความรู้ที่ตนเองสร้างขึ้น บทบาทของผู้สอนคือ ช่วยเหลือผู้เรียนให้สามารถบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ ดังแสดงในภาพต่อไปนี้

 

 

 

 

 

ความสำคัญของสื่อการเรียนรู้

 

 

 

 

 

1. ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจและสร้างความคิดรวบยอดในเรื่องที่เรียนได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
2. ช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นสิ่งที่กำลังเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
3. ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง
4. สร้างสภาพแวดล้อมและประสบการณ์การเรียนรู้ที่แปลกใหม่
5. ส่งเสริมการมีกิจกรรมร่วมกันระหว่างผู้เรียน
6. เกื้อหนุนผู้เรียนที่มีความสนใจและความสามารถในการเรียนรู้ที่แตกต่างกันให้สามารถเรียนรู้ได้ทัดเทียมกัน
7. ช่วยเชื่อมโยงสิ่งที่ไกลตัวผู้เรียนให้เข้ามาสู่การเรียนรุ้ของผู้เรียน
8. ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูลต่างๆตลอดจนการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
9. ช่วยให้ผู้เรียนได้รับการเรียนรู้ในหลายมิติจากสื่อที่หลาหลาย
10. ช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในเชิงเนื้อหา กระบวนการ และความรู้เชิงประจักษ์
11. ส่งเสริมให้เกิดทักษะ ได้แก่ ทักษะการคิด ทักษะการสื่อสาร

 

 

 

 

 

 

 

 

แนวทางในการพัฒนาและการใช้สื่อการเรียนรู้

 

 

 1. วิเคราะห์วัตถุประสงค์ เนื้อหา
       2. วิเคราะห์กิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เนื้อหา
       3. ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ควรพิจารณาลักษณะของกิจกรรม ดังต่อไปนี้

 

  • ผู้เรียนต้องลงมือปฏิบัติอย่างตื่นตัว
  • เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้าจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
  • เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีอิสระในการคิดแก้ปัญหา หรือพัฒนาเรื่องต่างๆ ที่ได้เรียนรู้
  • ต้องคำนึงให้ผู้เรียนร่วมเรียนรู้ หรือทำงานเป็นกลุ่ม
 

        4. วิเคราะห์กิจกรรมการเรียนรู้ดังกล่าวข้างต้น จะต้องสื่อการเรียนรู้ประเภทใดที่ช่วยสร้างความเข้าใจในความคิดรวบยอด (concept) นั้นได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเน้นกิจกรรมที่ผ่านกระบวนการที่ผู้เรียนต้องลงมือค้นหาคำตอบ ทำความเข้าใจด้วยตนเอง หรือสะท้อนการเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
        5. จัดเตรียม สื่อการเรียนรู้ อาจจะผลิตขึ้นมาใหม่ หรือปรับปรุงจากของเดิม อาจอยู่ในรูปของ

 

  • ชุดการทดลอง
  • ชุดกิจกรรม
  • สิ่งตีพิมพ์ เช่น เอกสาร ตำรา วารสาร
  • เทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ต E-Learning มัลติมีเดีย Web-based learning
  • แหล่งตามธรรมชาติ
  • แหล่งการเรียนรู้อื่นๆ
 

        6. นำไปใช้ตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ

 

 

        7. ประเมินผลสื่อ โดยพิจารณาจาก

 

  • ประเมินบริบทการใช้ เพื่อหาบริบทที่เหมาะสมในการใช้สื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพจริง
  • ประเมินด้านความคิดเห็น เจตคติที่มีต่อการเรียนจากสื่อการเรียนรู้
  • ประเมินด้านความสามารถ(Performance) ของผู้เรียน ความสามารถของผู้เรียนประเมินได้จากการกระทำที่แสดงออกโดยตรงจากการทำงานด้านต่างๆ
  • ประเมินด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
 

   

 

 

เอกสารอ้างอิง: สำนักนวัตกรรมการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

 

                     : Smith, E.E., Hoeksema, S., Fresrickson, B.,& Loftus, G.(2003).

 

 

                      Introduction to Psychology: Atkinson & Hilgard’s.4th ed. NewYork:

 

                      Thomson.






Copyright © 2005 All Rights Reserved.
www.kruthai40.com จัดทำโดย นายสุรินทร์ ยิ่งนึก กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบางซ้ายวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๓ ตำบลแก้วฟ้า อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๒๗๐ โทรศัพท์ ๐๓๕ ๙๕๙๗๑๙ surinkruthai@gmail.com