ReadyPlanet.com
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
สมาชิกใหม่ขณะนี้ คน
dot
dot
dot
dot
dot

dot
dot
dot
dot
dot
PLCนวัตกรรม
bulletระบบประกันคุณภาพออนไลน์
bulletfacebook.com - kruthai40
dot
dot


กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้ ที่น่าสนใจ
มรดกไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เครือข่ายกาญจนาภิเษก
เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
ห้องเรียน DLIT
gotoknow:kruthai40


ฝากไว้คิดต่อจากการอ่าน

 หนังสือ สอนภาษาไทย แนวสมดุลภาษาที่ ศ.ดร.อารี สัณหฉวี

ได้เรียบเรียงจากประสบการณ์ที่ท่านได้ศึกษาจาก ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งพบว่า 

        การส่งเสริมการอ่าน ควรมีวิธีการ ดังนี้

๑. ทำให้การอ่านเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน
๒. สร้างนิสัยรักการอ่านที่ถาวร
๓. เรื่องที่เรียนมีความหมายสำหรับเด็ก
๔. ทำให้สามารถอ่านหนังสือได้เอง
๕. ให้เด็กได้มีโอกาสเลือกอ่านหนังสือประเภทต่างๆ
๖. ให้เด็กได้มีโอกาสฝึกเขียนและพูดอย่างกว้างขวาง
๗. ให้เด็กสามารถอ่านอย่างวิเคราะห์วิจารณ์ได้
๘. ให้เด็กรู้จักหาความรู้จากหนังสือประเภทต่างๆ ได้
๙. ให้เด็กสามารถอ่านออกเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

        สำหรับการสอนอ่าน จะมีขั้นตอน ดังนี้

        ๑. อ่านหนังสือให้ฟัง (read aloud) และเล่านิทานให้ฟัง (storytelling)

ซึ่งนักการศึกษาชาวนิวซีแลนด์สังเกตเห็นว่า เด็กที่มาจากครอบครัวชั้นกลาง

ที่พ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังก่อนนอน จะสามารถอ่านหนังสือได้เร็วไม่มีปัญหา

ในการเรียน แต่เด็กที่ ทางบ้านไม่มีหนังสือ ไม่มีการอ่านและเล่านิทานให้ฟัง

เด็กเหล่านี้มักจะมีปัญหาเรียนได้ช้า นักการศึกษาจึงนำวิธีการอ่านก่อนนอน

ที่บ้านมาใช้ที่โรงเรียน เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาสและเด็กทั่วไป เรียกว่า

อ่านหนังสือให้ฟังและในวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยจะมีการเล่านิทาน การขับเสภา

ซึ่งเป็นการเล่านิทานแบบหนึ่ง แต่เมื่อมีโทรทัศน์ วัฒนธรรมการเล่านิทาน

และ การอ่านหนังสือให้กันฟังดังๆ จึงหมดไป จึงสมควรจะนำกลับเข้ามาอยู่ใน

โรงเรียนดังเช่นที่นิวซีแลนด์และหลายประเทศได้เริ่มทำ การอ่านหนังสือดังๆ ให้ฟังนี้

สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กเล็กๆ จนถึงชั้นมัธยมศึกษา            

         ๒. อ่านในใจให้เป็นนิสัย (sustained silent reading)

นักการศึกษานิวซีแลนด์ได้จัดเวลาประมาณ ๕-๑๐ นาทีทุกวันให้นักเรียนได้มีโอกาส

เลือกหนังสือที่มีอยู่ในห้องเรียน หรือที่ขอยืมจากห้องสมุดมาและให้นั่งอ่านเงียบๆ

ในห้องเรียนทุกวัน สามารถทำการฝึกอ่านได้ทุกระดับอายุ และสมควรจะจัดในทุกระดับชั้นด้วย 

         ๓. อ่านร่วมกันทั้งชั้น (shard reading)

ได้แนวคิดจากการอ่านหนังสือให้เด็กฟังก่อนนอนที่บ้าน และนักการศึกษาชาวนิวซีแลนด์

ได้นำมาสอนนักเรียนกลุ่มใหญ่ทั้งชั้น โดยใช้หนังสือเล่มเล็กที่สามารถอ่านจบเรื่อง

ภายใน ๕-๑๐ นาทีหรือในการสอนแต่ละครั้ง เพื่อให้นักเรียนได้เห็นตัวหนังสือและรูปภาพชัดทุกคน

จึงได้มีการทำเป็นเล่มใหญ่ (Big Books) หนังสือหนึ่งเล่มจะสอนประมาณ ๓-๕ วัน

โดยที่ เมื่ออ่านจบในวันแรก จะให้เด็กเล่าเรื่องย้อนกลับ (retell) และมีการอภิปรายเพื่อฝึกคิดวิเคราะห์

คิดแก้ปัญหา เรียงลำดับเรื่อง ในวันที่สองมีการอ่านซ้ำทบทวน และสอนการฝึกสะกดคำหรือหลักภาษา

และฝึกการเขียนจากรูปแบบของหนังสือที่อ่าน ฝึกทำหนังสือ วันที่สามก็อ่านทบทวน

และทำกิจกรรมภาษาต่อ วันที่สี่ทำกิจกรรมต่อ วันที่ห้าจะเป็นการเสนอผลงานของนักเรียน       

    ๔. ฝึกอ่านกลุ่มย่อย (guided reading)

เป็นกระบวนการที่สำคัญในการสอนภาษา เพราะเป็นโอกาสที่ครูจะได้สังเกต

เห็นความสามารถและปัญหาในการอ่านของเด็กแต่ละคน โดยครูจัดแบ่งนักเรียน

เป็นกลุ่มย่อย ๔-๖ คนต่อกลุ่ม ในแต่ละกลุ่มมีระดับความสามารถในการอ่านที่ใกล้เคียงกัน

และจะใช้หนังสือ ในการอ่านเล่มเล็ก ซึ่งเป็นคนละเล่มกับที่เรียนร่วมในกลุ่มใหญ่

นักเรียนกลุ่มย่อยจะต้อง อ่านหนังสือเงียบๆ เมื่อจบแล้วครูจึงอธิบายเรื่องและคำ

จากนั้น นักเรียนแต่ละคนจะมาอ่านให้ ครูฟังเพื่อจะได้รู้ว่าใครอ่านได้เพียงไร

ในการสอนอ่านกลุ่มย่อยนี้ นักเรียนจะได้รับการฝึกให้อ่านเงียบหรืออ่านในใจ

เพื่อเตรียมสำหรับการอ่านเองตามลำพัง   

       ๕. อ่านเองตามลำพัง (independent reading)

การฝึกให้นักเรียนเลือกหนังสือโดยอิสระและอ่านเอง เป็นวิธีการฝึกนิสัยเด็ก

ให้รักการอ่าน เพราะฉะนั้นครูจึงต้องจัดมุมห้องสมุดในห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนใช้เวลา

ที่เหลือในห้องเรียนเลือกหนังสือไปอ่านเอง       

       ๖. อ่านหนังสือที่บ้าน (home reading)

นับเป็นการสร้างนิสัยรักการอ่านตลอดชีวิต โดยครูชาวนิวซีแลนด์ได้ให้นักเรียน

ทำการบ้าน อ่านหนังสือ ที่บ้านทุกวัน อย่างน้อยวันละ ๓๐ นาที สำหรับนักเรียนชั้นประถมต้น

จะเป็นการอ่านให้พ่อแม่ฟัง หรืออ่านเงียบตามลำพัง แต่จะมีสมุดบันทึกชื่อเรื่องที่อ่าน

และผู้ปกครองเซ็นชื่อกำกับ แต่ถ้าเป็นนักเรียนระดับสูงขึ้นก็จะมีบันทึกสรุปการอ่าน

และข้อคิดเห็นจากการอ่านส่งครู สำหรับหนังสือสำหรับอ่านที่บ้าน

ครูจะจัดถุงพิเศษที่มีชื่อเด็กและให้เด็กเลือกหนังสือกลับไปอ่านกับผู้ปกครองคืนละหนึ่งเล่ม

วันรุ่งขึ้นจะนำหนังสือมาเปลี่ยนเล่มใหม่

       ในการสอนอ่าน จะฝึกให้นักเรียนได้วิเคราะห์หนังสือแต่ละประเภทพร้อมตั้งคำถามชวนคิด เช่น

     - หนังสือประเภทเล่าเรื่อง ซึ่งมีทั้งนิทาน เรื่องสั้น นวนิยาย ให้นักเรียนวิเคราะห์ เหตุการณ์ ตัวละครบริบทของเรื่อง และแก่นสาระของเรื่อง และตั้งคำถามให้คิด เช่น เป็นไปได้ในชีวิตจริงไหม (ไม่ใช่ครูตอบเอง)นักเรียนรู้สึกอย่างไรในตอนจบ ตัวละครแก้ปัญหาอย่างไร เคยพบคนลักษณะนี้ไหม ชอบ หรือไม่ชอบหรือให้นักเรียนสรุปแก่นหรือสาระของเรื่อง

     

      - หนังสือประเภทบทละคร ที่มีพล็อตเรื่อง ตัวละคร สถานที่ และแก่นสาระของเรื่อง

ให้นักเรียน ฝึกการอ่านออกเสียงให้เป็นคำพูดที่มีชีวิตชีวา และฝึกการแสดงการใช้ภาษาท่าทาง

  

      - หนังสือประเภทคำประพันธ์และบทร้อยกรอง ให้นักเรียนเรียนรู้คำประพันธ์แบบต่าง ๆ และอ่านออกเสียง

เพื่อความเข้าใจและซาบซึ้งในความไพเราะของเสียงในภาษา

             

       - หนังสือประเภทรายงาน อธิบาย สื่อสาร ซึ่งมีทั้งประเภทบันเทิงคดี (Fiction) ที่จะต้องอ่านทั้งเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ และสารคดี (non-fiction) ที่สามารถเลือกอ่านเฉพาะเรื่องได้

โดยครูนำเนื้อหาที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เช่น จดหมาย บันทึกประจำวัน โฆษณา ฯลฯ

       

    ท่านที่สนใจหนังสือ สอนภาษาไทย แนวสมดุลภาษาสามารถติดต่อได้ที่ชมรมเด็ก




รายวิชาการอ่านเพื่อชีวิตและสังคม

จากบทเพลงพระราชนิพนธ์สู่ผลงานศิลปะนำเสนอเพื่อพ่อ
หลายชีวิต กับพระพุทธศาสนา
หลายชีวิต: วรรณกรรมที่แนะนำสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา
ประเด็นคำถาม ที่ควรหาคำตอบ (สำหรับสมาชิก) article
ประกาศผลการสอบ นัดหมายนักเรียน
ชัยภูมิเมืองแห่งขุนเขา ต้นกำเนิดแม่น้ำชี
ประโยชน์การอ่านนวนิยาย
ผจญภัยในป่าดงพงพีกับนักประพันธ์ชั้นครู
การอ่านนวนิยาย
การอ่านสารคดี
การเลือกหนังสือที่น่าอ่าน
สี่แผ่นดิน article
การอ่านวิเคราะห์วรรณคดี วรรณกรรม
ผลการสอบวัดผลกลางภาค (สำหรับสมาชิก)
ความหมายและความสำคัญของ การอ่าน



Copyright © 2005 All Rights Reserved.
www.kruthai40.com จัดทำโดย นายสุรินทร์ ยิ่งนึก กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบางซ้ายวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๓ ตำบลแก้วฟ้า อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๒๗๐ โทรศัพท์ ๐๓๕ ๙๕๙๗๑๙ surinkruthai@gmail.com