ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
สมาชิกใหม่ขณะนี้ คน
dot
dot
dot
dot
dot

dot
dot
dot
dot
dot
PLCนวัตกรรม
bulletระบบประกันคุณภาพออนไลน์
bulletfacebook.com - kruthai40
dot
dot


กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้ ที่น่าสนใจ
มรดกไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เครือข่ายกาญจนาภิเษก
เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
ห้องเรียน DLIT
gotoknow:kruthai40


การอ่านสารคดี

 สารคดี

         สารคดี เป็นงานเขียนสร้างสรรค์เชิงวิชาการ ที่เรียบเรียงขึ้นจากความจริง นำเสนอเรื่องราว ข้อเท็จจริง มุ่งให้ความรู้และความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่าน ซึ่งผู้เขียนต้องมีการจัดระเบียบความคิดในการนำเสนอ รู้จักใช้สำนวนภาษาที่ทันสมัย เร้าความสนใจ เพื่อให้ผู้อ่านมีความรู้สึกอยากติดตาม

สารคดี สารคดีแบ่งได้เป็น ๓ ประเภทใหญ่ๆ คือ สารคดีประวัติบุคคล สารคดีท่องเที่ยว และสารคดีแนะนำ ซึ่งสารคดีแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน แต่ในบทนี้จะเจาะลึกเนื้อหาของสารคดีชีวประวัติ

 ความหมาย

          สารคดี คือ งานเขียนอย่างสร้างสรรค์ ที่มีลักษณะคล้ายบทความ แต่ไม่ใช่บทความ นักวิชาการได้อธิบายความหมายของสารคดีไว้ต่างๆกันดังนี้

          พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ (๒๕๔๖, หน้า ๑๑๘๒) ได้ให้ความหมายของสารคดีไว้ว่า สารคดี [สาระ-] น. เรื่องที่เรียบเรียงขึ้นจากความจริงไม่ใช่จินตนาการ เช่น สารคดีท่องเที่ยว สารคดีชีวประวัติ

          ปานฉาย ฐานธรรม (ม.ป.ป., หน้า ๕๑) อธิบายว่า สารคดี คือ การเขียนที่เน้นข้อมูลที่เป็นความจริงมากที่สุด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้ และความจริง เพื่อให้เกิดคุณค่าทางปัญญา

          ฉลวย สุรสิทธิ์ (๒๕๒๒, หน้า ๒๕๙) อธิบายว่า

  คำว่า สารคดี ถ้าแยกคำแล้วแปล ก็จะได้ความว่า สาร หมายถึง สำคัญ คดี หมายถึง เรื่อง ถ้าแปลรวมกันก็หมายถึง เรื่องใดที่มีสาระสำคัญ และถ้าเทียบคำนี้ทับคำภาษาอังกฤษจะเท่ากับคำ feature ซึ่งมีรากศัพท์ว่า fact ซึ่งแปลว่า ความจริง เพราะฉะนั้นการเขียนสารคดีจึงหมายถึง การเขียนเรื่องใดๆที่เป็นความจริง มีสาระสำคัญน่ารู้ที่แฝงด้วยความจริง เนื้อหามีสาระสำคัญที่เชื่อถือได้

          เสาวนีย์ สิกขาบัณฑิต (๒๕๓๓, หน้า ๖๑) กล่าวถึงความหมายของสารคดีว่า สารคดีจะมีลักษณะเนื้อหาสาระเชิงวิชาการที่ใช้รูปแบบไม่เป็นทางการ มีสาระความเพลิดเพลิน และความรู้ ใช้สำนวนภาษาทันสมัย เร้าความสนใจ อยากติดตาม และมีอิสระในการใช้ภาษา

          ถวัลย์ มาศจรัส (๒๕๔๕, หน้า ๒๔๔) อธิบายว่า สารคดี (Non-fiction) คือ งานเขียนที่ยึดถือเรื่องราวจากความเป็นจริงนำมาเขียน เพื่อมุ่งแสดงความรู้ทรรศนะความคิดเห็นเป็นหลัก ด้วยการจัดระเบียบความคิดในการนำเสนอ ผสมผสานในการถ่ายทอดต่อการสนใจใฝ่รู้ของผู้อ่าน เพื่อให้เกิดคุณค่าทางปัญญา

          วนิดา บำรุงไทย (๒๕๔๕, หน้า ๙) ได้ให้ความหมายของสารคดีไว้ว่า สารคดี คือ เรื่องสร้างสรรค์ (creative) บางครั้งมีความเป็นอัตวิสัย (subjective) เป็นข้อเขียนที่มุ่งให้ความบันเทิง และข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน สถานการณ์หรือแง่มุมชีวิตที่น่าสนใจ

          สุจิรา ช้างอยู่, วิลาวัลย์ ม่วงเอี่ยม, สุจารี หอมนาน (๒๕๔๖, หน้า ๗) กล่าวว่า สารคดีเป็นงานเขียนร้อยแก้วที่มีเนื้อหาหลากหลายโดยผ่านการกลั่นกรองข้อเท็จจริง แล้วนำมาเสนอผ่านภาษาที่มีสีสันชวนอ่าน มีเนื้อหาในการนำเสนอข้อเท็จจริงในรูปแบบการอธิบาย การวิจารณ์ หรืออาจมีเรื่องราวเกี่ยวกับความบันเทิงสอดแทรก

ชลอ รอดลอย (๒๕๕๑, หน้า ๓) กล่าวถึงความหมายของสารคดีไว้ว่า สารคดี คือ งานประพันธ์ร้อยแก้วที่ผู้เขียนมุ่งที่จะเสนอความรู้และความจริงเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆเป็นหลัก เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้และความเพลิดเพลินไปพร้อมกันด้วย

ศรี คณปติ (๒๕๕๑, ย่อหน้า ๑) ให้ความเห็นว่า สารคดี หมายถึง งานเขียนที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อเท็จจริง เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลที่มีตัวตนจริง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง มีเจตนาเบื้องต้นในการให้สาระ ความรู้ ความคิด ทั้งนี้ต้องมีกลวิธีการเขียนให้เกิดความเพลิดเพลินด้วย

          เกศินี จุฑาวิจิตร (๒๕๕๒, หน้า ๒๕๙) กล่าวถึงความหมายของสารคดีไว้ว่า สารคดี คือความเรียงที่มุ่งนำเสนอข่าวสารข้อมูลความรู้ และข้อเท็จจริงพร้อมกับให้ความเพลิดเพลิน และความพึงพอใจ ผ่านการใช้ภาษาที่พิถีพิถัน เร้าใจ คมคาย และงดงาม

          จากความหมายข้างต้นสรุปได้ว่า สารคดี คือ งานเขียนสร้างสรรค์ประเภทร้อยแก้ว ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง มุ่งเสนอความรู้ที่น่าสนใจ และความเพลิดเพลินในการอ่าน โดยมีการใช้ภาษาที่ทันสมัย คมคาย งดงาม เร้าความสนใจ อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับบุคคล หรือสถานการณ์ 

ลักษณะของสารคดี

          สารคดีเป็นงานเขียนที่ผู้เขียนมุ่งให้ผู้อ่านได้รับรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในโลก จึงเป็นข้อมูล เรื่องราวที่เป็นเรื่องจริง มีรูปแบบการนำเสนอที่ไม่เจาะลึกด้านเนื้อหา และมีลีลาการเขียนที่สร้างความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่าน ซึ่งมีความแตกต่างจากงานเขียนประเภทอื่นๆลักษณะของสารคดี (ชลอ รอดลอย, ๒๕๕๑, หน้า ๕; ปราณี สุรสิทธิ์, ๒๕๔๙, หน้า ๒๕๙; พิมาน แจ่มจรัส, ๒๕๕๐, หน้า ๔๑๐; วนิดา บำรุงไทย, ๒๕๔๕, หน้า ๗; ศรี คณปติ, ๒๕๕๐, ย่อหน้า ๓) มีดังนี้

          ๑ความคิดสร้างสรรค์ (creativity) ในการเขียนสารคดี ผู้เขียนมีอิสระที่จะใช้ความสามารถในการผูกเรื่อง ลำดับความตามที่ต้องการ

          ๒.  ความเป็นอัตวิสัย (subjectivity) ผู้เขียนสามารถถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก ความนึกคิดของตนให้ผู้อื่นได้ทราบ โดยเลือกใช้ภาษาให้เหมาะสม

          ๓.  ความมีสาระ (informativeness) สารคดีเป็นงานเขียนที่นำเสนอข้อมูล เรื่องราวที่เป็นเรื่องจริง ข้อเท็จจริง ซึ่งความจริงบางเรื่องไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเขียนเป็นข่าว แต่สามารถนำมาเขียนเป็นสารคดี ที่ให้สาระและแง่คิดได้

          ๔.  ความบันเทิง (entertainment) ผู้เขียนมุ่งให้ความรู้ที่น่าสนใจ และความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่าน ซึ่งเป็นการผ่อนคลายความเครียดจากการอ่านข่าว

          ๕.  ความไม่ล้าสมัย (unperishable) สารคดีนั้นเป็นงานเขียนที่ไม่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดด้านเวลา ซึ่งแตกต่างจากข่าวที่ต้องสด รวดเร็วต่อเหตุการณ์

          จะเห็นได้ว่าสารคดีนั้นเป็นงานเขียนที่มีลักษณะเฉพาะตัว ที่แตกต่างจากงานเขียนประเภทอื่น เพราะมีการนำเสนอข้อมูล เรื่องราวที่เป็นข้อเท็จจริง มีรูปแบบการนำเสนอที่ไม่เจาะลึกด้านเนื้อหา จึงทำให้สารคดีนั้นเป็นงานเขียนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

 ประเภทของสารคดี

          สารคดีสามารถจำแนกออกเป็นประเภทใหญ่ได้ ๓ ประเภท (การเขียนสารคดี, ๒๕๕๓,

ย่อหน้า ๔) ดังนี้

      ๑.  สารคดีประวัติบุคคล

           สารคดีบุคคลแบ่งได้ ๒ ประเภทได้แก่

             ๑.  สารคดีอัตชีวประวัติ หมายถึง สารคดีที่เจ้าของประวัติเขียนเล่าประวัติและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตนเอง

             ๑.๒  สารคดีชีวประวัติ หมายถึง สารคดีที่มีผู้อื่นกล่าวถึง อาจเป็นชีวประวัติรวมหลายๆชีวิตในเล่มเดียว หรือาจเป็นชีวประวัติของบุคคลเดียวก็ได้

      ๒.  สารคดีท่องเที่ยว

           สารคดีท่องเที่ยว เป็นสารคดีที่เล่าเรื่องราวการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆมุ่งให้ความรู้แก่ผู้อ่านในด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ความเป็นอยู่ของผู้คน รวมทั้งรายละเอียดปลีกย่อยที่เป็นคู่มือการเดินทาง เช่น เส้นทางการเดินทาง ที่พัก อาหาร ฯลฯ นอกจากนั้นผู้เขียนมักให้ข้อสังเกต และแสดงทัศนะต่อสิ่งที่พบเห็นไว้ด้วย

      ๓.  สารคดีแนะนำ

           สารคดีแนะนำจะมีเนื้อหาหลากหลาย ครอบคลุมการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกแง่มุม ตั้งแต่เรื่องปัจจัยสี่ การประกอบอาชีพ จนถึงการพักผ่อนหย่อนใจ

     จากข้อความข้างต้นสามารถสรุปได้ว่าสารคดีจำแนกออกเป็น ๓ ประเภทคือ สารคดีชีวิตบุคคล สารคดีท่องเที่ยว และสารคดีแนะนำ

องค์ประกอบของสารคดี

                การเขียนสารคดีนั้นประกอบไปด้วยส่วนต่างๆดังนี้

        ๑. ส่วนนำเรื่อง ในการเขียนส่วนนำเรื่อง หรือความนำนั้นสามารถเขียนได้หลายแบบ (มาลี บุญศิริพันธิ์, ๒๕๓๕, หน้า ๔๒; วนิดา บำรุงไทย, ๒๕๔๕, หน้า ๔๔) ดังนี้

               ๑.๑  ความนำแบบสรุปประเด็น คือ การสรุปสาระสำคัญทั้งหมด โดยมีหลักการทั่วไปมักประกอบด้วยคำหลัก คือ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม และอย่างไร

               ๑.๒  ความนำประเภทพรรณนา หรืออธิบาย คือ การพรรณนาถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้มองเห็นคุณลักษณะของสิ่งนั้นๆให้ชัดเจนยิ่งขึ้น อาจเป็นสถานที่ บุคคล หรือวัสดุสิ่งของที่มีความเกี่ยวข้องต่อประเด็นเรื่องที่เขียน

               ๑.๓  ความนำแบบกระทบความรู้สึก คือ การใช้โวหาร เนื้อความที่เร้าอารมณ์ หรือภาษาที่รุนแรงกระทบความรู้สึกของผู้อ่านทันที ทำให้ผู้อ่านสามารถสร้างความรู้สึกบางอย่างต่อเหตุการณ์นั้นๆ

                   ๑.๔  ความนำที่เป็นสุภาษิต คำกลอน หรือบทกวี คือ การยกเอาคำกลอน สุภาษิต หรือบทกวีที่มีเนื้อความเข้ากันมาขึ้นต้น แทนการอธิบายหรือพรรณนา

                ๑.๕  ความนำประเภทคำถาม คือ การตั้งคำถามหรือประเด็นปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง ควรมีลักษณะกระชับ และประเด็นที่เด่นชัด

                ๑.๖  ความนำด้วยเรื่องเล่า หรือเหตุการณ์ คือ การนำเรื่องด้วยเรื่องเล่าสั้นๆอาจเป็นเกร็ดที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง หรือการนำเหตุการณ์ เรื่องราวมาเกริ่นนำ

                ๑.๗  ความนำประเภทบรรยาย คือ การให้รายละเอียดของเหตุการณ์ โดยการบรรยายแต่ละฉากอย่างละเอียดตามด้วยการแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์

               ๑.๘  ความนำที่เป็นข่าว คือ การใช้ข่าว หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นการนำเรื่อง

                ๑.๙  ความนำแบบคุยกับผู้อ่านโดยตรง คือ การที่ผู้เขียนใช้สรรพนามแทนตัวเองกับผู้อ่าน นิยมใช้คำว่า ผม คุณ

                ๑.๑๐  ความนำประเภทหยอกล้อ คือ ความนำที่เขียนโดยไม่เจตนาให้ผู้อ่านทราบเรื่องราวในทันที มีลักษณะผ่อนคลาย ยั่วเย้าใครบางคน ใช้ภาษาเบาๆไม่เคร่งเครียด

                ๑.๑๑  ความนำที่ตรงกันข้าม คือ การนำด้วยเหตุการณ์ บุคคล หรือสถานที่ที่ตรงกันข้ามกับสาระ หรือประเด็นของเรื่อง

                ๑.๑๒  ความนำที่อ้างถึงภูมิหลัง คือ การนำเรื่องด้วยความเดิมหรือประวัติความเป็นมาของเรื่อง

                 ๒. เนื้อเรื่อง คือ การลำดับเหตุการณ์ เรื่องราวต่างๆในลักษณะ (วนิดา บำรุงไทย, ๒๕๔๕, หน้า ๑๐๖; สุภิตร อนุศาสน์, ทัศนีย์ กระต่ายอินทร์, และมานิตา ศรีสาคร, ๒๕๕๒, หน้า ๕) ดังนี้

                 ๒.๑  เสนอตามลำดับเวลา คือ ลำดับไปตามอายุ หรือการเผชิญเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆของเจ้าของประวัติ

                 ๒.๒  เสนอตามการลำดับเหตุการณ์หรือประสบการณ์ คือ การจัดเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่สำคัญ หรือน่าสนใจมาขึ้นต้นก่อน หรืออาจจัดเป็นกลุ่มประสบการณ์ เหมาะที่จะเขียนเล่าเรื่องหรืออธิบายเรื่องประเภทให้ความรู้

                 ๒.๓  เสนอเนื้อหาโดยโครงสร้างประเด็น การลำดับเนื้อหาแบบนี้มักใช้กับเนื้อเรื่องที่มีการแสดงเหตุผลหรือเสนอความคิดเห็น อาจเรียกอีกอย่างว่าเป็นการเสนอโดยจัดประเด็นหรือกำหนดกลุ่มเรื่อง กลุ่มความคิด

                 ๒.๔  เสนอตามการจัดลำดับสถานที่ คือการจัดระเบียบความคิดโดยลำดับตามสถานที่ ผู้เขียนจะเขียนลำดับจากตำแหน่งหนึ่งไปสู่ตำแหน่งอื่นๆ

                 ๒.๕  เสนอตามการจัดลำดับความสัมพันธ์ คือ การจัดลำดับความคิดตามขั้นตอนที่เชื่อมโยงเป็นเหตุเป็นผลกัน

๓. ส่วนท้าย ส่วนท้ายหรือความจบนั้นผู้เขียนสามารถเลือกเขียนได้หลายแบบ (มาลี

บุญศิริพันธิ์, ๒๕๓๕, หน้า ๔๒; วนิดา บำรุงไทย, ๒๕๔๕, หน้า ๔๔) ดังนี้

     ๓.๑  จบแบบสรุปความ คือ การจบด้วยการสรุปประเด็นสำคัญอีกครั้งโดยโยงถึงความนำในตอนต้นด้วย

    ๓.๒  จบแบบคาดไม่ถึง คือ การจบอย่างพลิกความคาดหมาย มักนิยมใช้ในสารคดีเชิงข่าว หรือสารคดีประเภทอารมณ์

    ๓.๓  จบแบบคลี่คลายประเด็น คือการจบโดยทำให้ประเด็นนั้นกระจ่างชัดเจน ผู้อ่านไม่มีข้อเคลือบแคลงสงสัย

    ๓.๔  จบแบบให้คิดต่อ คือ การจบแบบเน้นประเด็นสำคัญของเรื่อง โดยทิ้งปริศนาให้ผู้อ่านขบคิด

          สารคดีมีส่วนประกอบ ๓ ส่วน คือ ส่วนนำเรื่อง เนื้อหา และส่วนท้าย ในการเขียนผู้เขียนสามารถเลือกใช้วิธีการนำเรื่อง การลำดับเนื้อเรื่อง และการจบเรื่องได้หลายแบบตามความเหมาะสม

 

สารคดีชีวประวัติ

          สารคดีชีวประวัติ คือ การเขียนนำเสนอเรื่องราวชีวิตของคุคลในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกภาพ ความรู้ ความคิดเห็น ตลอดจนผลงานที่น่าสนใจ

             ๑.  ความหมายและลักษณะของสารคดีชีวประวัติ การเขียนสารคดีชีวประวัติ คือ การเขียนนำเสนอเรื่องราวชีวิตของบุคคลในแง่มุมต่างๆ นักวิชาการได้อธิบายความหมายและลักษณะของสารคดีชีวประวัติไว้ต่างๆกันดังนี้

     พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ (๒๕๔๖, หน้า ๓๖๖) ได้ให้ความหมายของคำว่าชีวประวัติไว้ว่า ชีวประวัติ น. ประวัติบุคคล

              วนิดา บำรุงไทย (๒๕๔๕, หน้า ๑๐๒) อธิบายว่า ชีวประวัติ คือ เรื่องราวชีวิตของบุคคลที่ผู้อื่นเป็นผู้เรียนเรียงขึ้น

              ชลอ รอดลอย (๒๕๕๑, หน้า ๕๒) กล่าวว่า สารคดีชีวประวัติ (biography) เป็นงานประพันธ์ที่มีรูปแบบของประวัติศาสตร์ประยุกต์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ กล่าวถึงเฉพาะบุคคลหนึ่ง เมื่อบุคคลเขียนถึงตนเองผลงานที่เขียนเรียกว่าอัตชีวประวัติ

              ธัญญา สังขพันธานนท์ (๒๕๔๘, หน้า๑๒๔) กล่าวว่า สารคดีแบบชีวประวัติ เป็นเรื่องที่ผู้แต่งเขียนถึงประวัติของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่เห็นว่าน่าสนใจ

              ปราณี สุรสิทธิ์ (๒๕๔๑, หน้า ๓๔๓) อธิบายว่า สารคดีบุคคล คือเรื่องเกี่ยวกับบุคคลที่น่าสนใจ ถ้าผู้เขียน เขียนถึงประวัติของตนเองเรียกว่า อัตชีวประวัติ ถ้าเขียนถึงประวัติของผู้อื่น เรียกว่า ชีวประวัติ ซึ่งอาจเป็นจุดเด่นของบุคคลนั้น หรือทัศนะในการดำรงชีวิต หรืออุดมการณ์ในการทำงาน

          จากคำจำกัดความข้างต้นสามารถสรุปความหมายและลักษณะของสารคดีชีวประวัติได้ว่า สารคดีชีวประวัติ (biography) คือการเขียนนำเสนอประวัติของบุคคล ซึ่งอาจเป็นพฤติกรรม ความรู้ ความคิดเห็น ผลงาน หรือเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจ เพื่อนำมาศึกษาในแง่มุมต่างๆ โดยสารคดีชีวประวัตินั้นมีลักษณะเด่นคือเป็นการเขียนประวัติโดยที่เจ้าของประวัตินั้นไม่ได้เป็นผู้เขียนขึ้นเอง แต่มีผู้อื่นเป็นคนเขียนขึ้น

 ๒.  ประเภทของสารคดีชีวประวัติ สารคดีชีวประวัติแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท (สารคดี, ๒๕๕๓, ย่อหน้า ๖) ดังนี้

      ๒.๑  ชีวประวัติแบบจำลองลักษณ์ (portrait) เป็นการเขียนแบบถ่ายภาพให้เหมือนตัวจริงของเจ้าของประวัติ การเขียนจึงเป็นการอธิบายรูปร่าง ความคิด รสนิยม และอุปนิสัยอย่างตรงไปตรงมา

      ๒.๒  ชีวประวัติแบบสดุดีหรือชื่นชม (appreciation) มุงเน้นการเขียนชีวประวัติบุคคลแบบสรรเสริญ จึงเน้นด้านความสำเร็จ

      ๒.๓  ชีวประวัติแบบรอบวง (profile) เป็นการเขียนโดยให้ผู้อ่านเห็นความสำคัญของชีวประวัติเพียงด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ

 ๓.  กลวิธี และแนวทางการเขียนสารคดีชีวประวัติ การเขียนสารคดีชีวประวัติให้ได้ดีนั้นมีกลวิธี และแนวทางการเขียน (ชลอ รอดลอย, ๒๕๕๑, หน้า ๕๗; ธัญญา สังขพันธานนท์, ๒๕๔๘, หน้า ๑๒๖) ดังนี้

           ๓.๑  การเขียนสารคดีชีวประวัติต้องกำหนดแนวคิดให้ชัดเจนว่าบุคคลที่เลือกเขียนนั้นมีความน่าสนใจด้านใด เช่น บุคคลที่เป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิต ทั้งที่เป็นแบบอย่างที่ดี และไม่ดี

           ๓.๒  การเขียนสารคดีชีวประวัตินั้นต้องกำหนดจุดเน้นว่าต้องการเน้น หรือนำเสนอในเรื่องใด ไม่มุ่งที่จะบอกเพียงแต่ว่าเขาเป็นใคร แต่มุ่งชี้ให้เห็นว่าเขาเป็นอย่างไร และทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

           ๓.๓  การเขียนสารคดีนั้นต้องเขียนเฉพาะเรื่องของบุคคลจริง ไม่ใช่เรื่องสมมุติ

           ๓.๔  การเก็บข้อมูลต้องเก็บข้อมูลให้ละเอียดรอบด้าน ทั้งการสัมภาษณ์ และเอกสาร

      ๓.๕  การเขียนสารคดีชีวประวัตินั้นต้องเขียนด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่อคติ และไม่ปรุงแต่งสำนวน เนื้อหาให้วิเศษเกินจริงหรือเกินงาม

          การเขียนสารคดีชีวประวัติให้ดีนั้น ควรศึกษา รูปแบบของสารคดี แนวทางในการเขียน และกลวิธีในการเขียนให้ชัดเจน

 กรอบการวิเคราะห์

การวิเคราะห์งานเขียนสารคดีชีวประวัติ ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เรื่อง คนของโลก นั้นวิเคราะห์ส่วนประกอบต่างๆ ดังนี้

 ๑.  ประเภทของสารคดีชีวประวัติ  

 ๑.๑  ชีวประวัติแบบจำลองลักษณ์ (portrait)

 ๑.๒  ชีวประวัติแบบสดุดีหรือชื่นชม

 ๑.๓  ชีวประวัติแบบรอบวง (profile)

 ๒.  ส่วนนำเรื่อง 

   ๒.๑  ความนำแบบสรุปประเด็น

   ๒.๒  ความนำประเภทพรรณนา หรืออธิบาย

   ๒.๓  ความนำแบบกระทบความรู้สึก

                   ๒.๔  ความนำที่เป็นสุภาษิต คำกลอน หรือบทกวี                

 ๒.๕  ความนำประเภทคำถาม

               ๒.๖  ความนำด้วยเรื่องเล่า หรือเหตุการณ์แปลกประหลาด

               ๒.๗  ความนำประเภทบรรยาย

               ๒.๘  ความนำที่เป็นข่าว

               ๒.๙  ความนำแบบคุยกับผู้อ่าน

               ๒.๑๐  ความนำประเภทหยอกล้อ

               ๒.๑๑  ความนำที่ตรงกันข้าม

               ๒.๑๒  ความนำที่อ้างถึงภูมิหลัง

           ๓.  การลำดับเรื่อง

    ๓.๑  เสนอตามลำดับเวลา

    ๓.๒  เสนอตามการจัดลำดับเหตุการณ์หรือประสบการณ์

    ๓.๓  เสนอเนื้อหาโดยโครงสร้างประเด็น
    ๓.๔  เสนอตามการจัดลำดับสถานที่
    ๓.๕  เสนอตามการจัดลำดับตามความสัมพันธ์

 ๔.  การจบเรื่อง

                ๔.๑  จบแบบสรุปความ

                ๔.๒  จบแบบคาดไม่ถึง       

                ๔.๓  จบแบบคลี่คลายประเด็น

                ๔.๔  จบแบบให้คิดต่อ  




รายวิชาการอ่านเพื่อชีวิตและสังคม

จากบทเพลงพระราชนิพนธ์สู่ผลงานศิลปะนำเสนอเพื่อพ่อ
หลายชีวิต กับพระพุทธศาสนา
หลายชีวิต: วรรณกรรมที่แนะนำสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา
ประเด็นคำถาม ที่ควรหาคำตอบ (สำหรับสมาชิก) article
ประกาศผลการสอบ นัดหมายนักเรียน
ชัยภูมิเมืองแห่งขุนเขา ต้นกำเนิดแม่น้ำชี
ฝากไว้คิดต่อจากการอ่าน
ประโยชน์การอ่านนวนิยาย
ผจญภัยในป่าดงพงพีกับนักประพันธ์ชั้นครู
การอ่านนวนิยาย
การเลือกหนังสือที่น่าอ่าน
สี่แผ่นดิน article
การอ่านวิเคราะห์วรรณคดี วรรณกรรม
ผลการสอบวัดผลกลางภาค (สำหรับสมาชิก)
ความหมายและความสำคัญของ การอ่าน



Copyright © 2005 All Rights Reserved.
www.kruthai40.com จัดทำโดย นายสุรินทร์ ยิ่งนึก กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบางซ้ายวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๓ ตำบลแก้วฟ้า อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๒๗๐ โทรศัพท์ ๐๓๕ ๙๕๙๗๑๙ surinkruthai@gmail.com